เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ศาลอาญานัดสอบคำให้การจำเลย คดีระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โจทก์ กับนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ จำเลย ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2563 นายสิระ พาผู้สื่อข่าวลงเรือบริเวณท่าเทียบเรือเกียกกาย เพื่อดูบ้านของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และให้สัมภาษณ์สื่อหลายสำนัก กล่าวหาว่ามีนายตำรวจใหญ่คนหนึ่ง หมายถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สร้างบ้านรุกล้ำเข้าไปในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยไม่ได้รับอนุญาต อ้างว่าบ้านหลังดังกล่าวเคยไปอวยพรวันเกิด ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างท่าเทียบเรือโดยถูกต้องตามกฎหมายจากกรมเจ้าท่าและมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือตามที่ได้ขออนุญาต เคยมีผู้ร้องเรียนกับกรมเจ้าท่าและเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการทำความผิดเกี่ยวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) ซึ่งตำรวจเคยตรวจสอบแล้ว เห็นว่าการก่อสร้างท่าเทียบเรือเป็นตามที่ขออนุญาต อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว การให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์ของนายสิระ ทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ต่อมาภายหลังไต่สวนมูลฟ้องโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว ศาลเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องไว้เพื่อพิจารณาคดี
โดยทนายความโจทก์ ,นายสิระจำเลย และทนายความจำเลยมาศาล เมื่อถึงเวลานัด ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้ฟังแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธขอสู้คดี ฝ่ายโจทก์แถลงอ้างส่งบัญชีพยานเอกสารและพยานวัตถุเพิ่มเติม และขอนำพยานบุคคลเข้าสืบ จำนวน 5 ปาก ประกอบ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส , น.ส.รพีพรรณ เรือนศรี ผู้ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ และพยานปากอื่น ใช้เวลา 1 นัดครึ่ง ส่วนจำเลยและทนายความจำเลยแถลงว่า จะนำพยานบุคคลเข้าสืบหักล้าง จำนวน 6 ปาก และขอยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมเข้ามาภายหลัง อีกจำนวน 2 ปากใช้เวลา 1 นัดครึ่งเช่นกัน
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นอนุญาตให้สืบพยานโจทก์ จำนวน 5 ปาก ใช้ 1 นัดครึ่ง และสืบพยานจำเลยตามที่ขอ ใช้เวลา 1 นัดครึ่ง พร้อมนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 1 ก.ย.2564 เวลา 09.30 น. ด้านนายสิระ กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีปัญหา ไม่ได้กังวลอะไร เป็นการใช้สิทธิ์ในการตรวจสอบประเด็นเรื่องดังกล่าว ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม

