ม็อบราษฎรชุมนุม 4 จุด ตร.ระดม 12 กองร้อยรักษาความปลอดภับ ยังไม่ปิดจราจร-ระบบขนส่งมวลชน

19.10.20 | 18:31 น.

กอร.ฉ.แถลงหลังมีการชุมนุมใน 4 จุดหลัก ยังไม่มีการปิดจราจร-ระบบขนส่งมวลชนหลัก ใช้กำลัง ตร. 12 กองร้อย รักษาความปลอดภัย

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการดำเนินการของตำรวจและสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมตลอดทั้งวัน

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ภาพรวมผู้ชุมนุมได้มีการนัดหมายใน 4 จุดหลัก 1.บริเวณแยกเกษตร 2.ใต้สะพานภูมิพล 3.บริเวณถนนงามวงศ์วาน ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 4.รถไฟฟ้าMRT สถานีกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี สำหรับการเตรียมกำลังกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ทั้งหมด 12 กองร้อย จำนวน 1,860 ภายใต้การบังคับบัญชาของพล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองผบช.น. และพล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. โดยเน้นการจัดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีการชุมนุมในสถานที่ต่างๆ และป้องกันเหตุร้ายจากมือที่สาม ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอย้ำเตือนมายังพี่น้องประชาชนว่า การบังคับใช้กฎหมายในช่วงเวลานี้ กับกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นไปตามกฎหมายภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกทม. ซึ่งใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 มิใช่ช่วงสถานการณ์ปกติ จึงไม่อนุญาตให้มีการชุมนุมที่มีวัตถุประสงค์อันก่อให้เกิดความร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น การนำเสนอข่าวสารไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว อันจะเป็นการปลุกปั่นหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ โดยฉพาะอย่างยิ่งในช่องทางโชเซียลมีเดีย ที่มีการชักชวน เชิญชวน เข้ามาชุมนุม มีความผิดตาม พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้กระทำอาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย ฝากเน้นย้ำการใช้โชเซียลมีเดียในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การโพสต์รูปหรือข้อความอันเป็นเท็จอันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ซึ่งการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และอาจมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย

พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวถึง กรณีที่ผู้ชุมนุมไปรวมตัวกันด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ทางกรมราชทัณฑ์และตำรวจท้องที่ได้ประสานงาน เพื่อวางมาตราการรองรับไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการอำนวยความสะดวก รถของผู้ต้องขัง เข้าสู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ หากมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก จนไม่สามารถนำรถเข้าได้ อาจมีการเปลี่ยนเส้นทางหรือรอให้ผู้ชุมนุมยุคิการชุมนุมก่อน เพื่อความปลอดภัย ส่วนความคืบหน้าล่าสุดกรณีกลุ่มบุคคลทำลายป้อมตำรวจบริเวณแยกบางนา ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.บางนา ได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาพระโขนง ออกหมายจับ นายขวัญ จินา อดีตนักศึกษาโรงเรียนเทคนิคบุรณพนธ์ และออกหมายจับบุคคลตามภาพถ่ายอีก 5 ราย ในข้อหา ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งทรัพย์สินของราชการ ส่วนภาพที่มีการแชร์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตำรวจไม่มีแผนดังกล่าว แต่บุคคลในภาพอยู่ในขั้นตรวจสอบว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่

ด้านพล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า ตำรวจจราจรนครบาลขอรายงานสถานการณ์ประกอบการเดินทาง เนื่องจากวันนี้เป็นวันจันทร์การเดินทางของประชาชนอาจเกิดผลกระทบกับการเดินทางพอสมควร ซึ่งอาจจะมีการชุมนุมใน 4 จุดด้วยกัน ประการแรกการเตรียมความพร้อมสำหรับการปิดการจราจร ทั้งหมด 4 จุด ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ 1.จุดหลักบริเวณแยกเกษตร กรณีของแยกเกษตรจะกระทบกับถนนพหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออก ถนนงามวงศ์วาน และถนนประเสริฐมนูกิจ ถ้าหากมีการลงบริเวณแยกจริงๆ จะต้องปิดการจราจรตั้งแต่แยกรัชโยธิน ส่วนถนนพหลโยธินขาเข้า จะตัดรถที่ซอยพหลโยธิน 49 ส่วนแนวของงามวงศ์วานไปออกประเสริฐมนูกิจบริเวณนั้นมีอุโมงค์ก็น่าจะใช้สัญจรได้ ยกเว้นกรณีมีกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะพิจารณาปิดตามสถานการณ์ 2.หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เลยบริเวณแยกบางเขนไปบริเวณถนนงามวงศ์วาน ที่มี 4 ช่องทาง มีกลุ่มผู้ชุมนุมหลักร้อยคน อยู่บนฟุตบาธ ถ้าหากมีการปิดการจราจรกระทบจริงๆ จะกระทบกับเส้นถนนงามวงศ์วานขาออก จำเป็นต้องปิดก่อน และถนนวิภาวดีที่จะเลี้ยวซ้ายไปถนนงามวงศ์วาน 3.ใต้สะพานภูมิพล ถนนยานนาวา ซึ่งเชื่อมต่อถนนพระราม3 และถนนสาธุประดิษฐ์ กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมจะลงจุดนั้นก็จะกระทบเฉพาะถนนยานนาวา จะพยายามระบายรถในถนนพระราม 3 และถนนสาธุประดิษฐ์ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้บริเวณจุดดังกล่าวยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด 4.สถานีรถไฟฟ้าMRT กระทรวงสาธารณสุข อยู่บริเวณถนนติวานนท์ ขณะนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณกว่า 100 คน ถ้ากระทบกับถนนจะอยู่ที่ถนนติวานนท์ต่อเนื่องมาในเขตนครบาล บริเวณถนนวามวงศ์วานขาออก ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ถ้าติดต่อเนื่องยาวก็จะกระทบถนนรัชดาภิเษกขาออก ทั้งหมดเป็นการรายงานสถานการณ์การจราจรทั้งหมดขอให้ติดตามใน 4 จุดนี้ เพื่อประกอบในการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเลิกงาน ขอให้วางแผนการจราจรให้ดี

Advertisement

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า ระบบขนส่งสาธารณทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่มีการปิดให้บริการแต่อย่างใด ทั้ง BTS, MRT, แอร์พอร์ตลิ้งค์ ยังเปิดให้บริการทุกสถานี นอกจากนี้เป็นคำวิงวอนจากตำรวจจราจร ในส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ตำรวจจราจรจำเป็นต้องไปทำการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนทั่วไป ทั้งนี้เพื่อความสะดวก ความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนทั่วไป ขอให้ทั้งประชาชน และกลุ่มผู้ชุมนุม เข้าใจ ว่าตำรวจจราจรนั้นไปดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะเกิดความไม่สะดวก แต่ตำรวจจราจรจะใช้หลักการว่าอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเป็นหลักจนกว่ากลุ่มผุ้ชุมนุมจะลงไปกีดขวางการจราจรทุกช่องทาง จึงจะพิจารณาปิดการจราจร และประชาสัมพันธ์ให้ประชานได้ทราบทุกช่องทาง เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางล่วงหน้า ทั้งนี้หากต้องการทราบข้อมูลสถานการณ์การจราจร ว่าจุดใดปิดการจราจรบ้าง รวมถึงเส้นทางเลี่ยง สามารถสอบถามได้ที่โทร 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง

พล.ต.ต.จิรสันต์ ยังกล่าวอีกด้วยว่า สำหรับสาเหตุที่ต้องมีการปิดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) และรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที (MRT) เป็นการปิดตรงที่มีการชุมนุมในจุดนั้น อาจจะเกิดเหตุหรือความไม่สะดวกและความไม่ปลอดภัย เลยต้องมีการพิจารณาเป็นบางจุด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบ แต่ในการพิจารณานั้นต้องดูในเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ก็อาจจะเกิดความไม่สะดวกบ้าง

เมื่อถามว่าที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้ทำให้คนอื่นไม่ปลอดภัย พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า อำนาจของ กอร.ฉ การออกข้อกำหนดและประกาศในแต่ละครั้ง ได้มีการพิจารณาในการรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก การอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ยกตัวอย่างในการปิดรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีการปิดเป็นห้วงๆบางสถานีบางเวลา ไม่ได้มีการปิดตั้งแต่เช้า ถ้ายังมีการปิดแล้วมีการก่อความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น ซึ่งอาจจะเกิดความเสียหายมากกว่าการเปิดสถานีด้วยซ้ำไป

“ประการที่สองในเรื่องของถนน แม้ว่าจะมีการชุมนุมในบางจุดในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ตำรวจจราจรก็ยังไม่ได้มีการพิจารณาในการปิดเส้นทางการจราจรทั้งหมด เนื่องจากเราดูตามสถานการณ์ ในบางกรณีถนนนั้นจะถูกปิดไปโดยปริยายโดยผู้ชุมนุมเอง เราก็มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและก็อำนวยความสะดวกในการเลิกการชุมนุม และในเรื่องของการปิดรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินนั้น เนื่องจากในช่วงแรกมีการทำลายทรัพย์สินที่เป็นของในส่วนรถไฟฟ้า การบังคับใช้กฎหมายของ กอร.ฉ. ทางใดทางหนึ่งต้องส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนแน่นอน แต่จะทำให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด” รองโฆษกตร. กล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า เพราะถ้าเป็นการสกัดคงห้ามไม่ให้รถวิ่งเลยทั่วกรุงเทพมหานคร ต้องมองกลับไปด้วยว่าการออกข้อกำหนด ข้อบังคับ คำสั่งต่างๆ กระทำเพียงเพื่อให้ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด การพิจารณามีการกลั่นกรอง ไม่ได้มีการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ฝากเรียนพี่น้องประชนที่สัญจรไปมาใช้รถใช้ถนน การที่คนอื่นไม่สามารถขับรถผ่านแยกได้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร ไม่อยากไปโทษกลุ่มผู้ชุมนุม ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลในการปฎิบัติหน้าที่ การออกข้อกำหนดข้อบังคับเป็นไปตามความเหมาะสมความจำเป็นของสถานการณ์จริงๆ