เปิดสถิติเด็ก-สตรีล่าสุด ชี้เด็กไทย ทยอยหลุดจากระบบการศึกษา จากเหตุความยากจน

20.10.20 | 16:40 น.
เปิดสถิติเด็ก-สตรีล่าสุด

เปิดสถิติเด็ก-สตรีล่าสุด ชี้เด็กไทย ทยอยหลุดจากระบบการศึกษา จากเหตุความยากจน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ เปิดผลผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ.2562 หรือ MICS 6 (Multiple Indicators Cluster Survey) โดย นางสาววันเพ็ญ พูลวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า เราได้ MICS ทุก 3 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ในระดับนานาชาติ และเป็นครั้งที่ 4 ของประเทศไทย มีการจัดเก็บข้อมูลเด็กและสตรีในด้านต่าง ๆ เช่น สุขภาพ พัฒนาการ การศึกษา และการคุ้มครองเด็ก จากครัวเรือน 40,660 ครัวเรือนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน 2562 ผลสำรวจพบว่า อัตราการมีบุตรของวัยรุ่นในประเทศไทยลดลงอย่างมาก จาก 51 คนต่อ 1,000 คนในปี 2558 เหลือเพียง 23 คนต่อ 1,000 คนในปี 2562

ขณะที่ อัตราของเด็กอายุ 1-14 ปีที่เคยถูกลงโทษด้วยวิธีรุนแรงที่บ้านก็ลดลงเช่นกัน จากร้อยละ 75 ในปี 2558 เหลือร้อยละ 58 ในปี 2562 อีกทั้งเห็นถึงความก้าวหน้าด้านอื่น ๆ เช่น อัตราการได้รับวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันครบถ้วนของเด็กอายุ 12-23 เดือน ร้อยละ 82 การบริโภคเกลือเสริมไอโอดีน ร้อยละ 85 และอัตราการเข้าเรียนหลักสูตรปฐมวัย ร้อยละ 86 แต่ทั้งนี้ ก็พบแนวโน้มที่น่ากังวลคือ ด้านภาวะโภชนาการของเด็กไทย พบว่าเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีร้อยละ 13 มีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ร้อยละ 8 มีภาวะผอมแห้ง และร้อยละ 9 มีน้ำหนักเกิน เพิ่มจากปี 2558 ที่ภาวะเตี้ยแคระแกร็น ผอมแห้ง หรือน้ำหนักเกิน อยู่ที่ร้อยละ 11, 5 และ 8 ตามลำดับ โดยกรุงเทพมหานครมีเด็กที่มีภาวะเตี้ยแคระแกร็นและน้ำหนักเกินมากกว่าภาคอื่น คิดเป็นร้อยละ 17 นอกจากนี้ มีทารกอายุไม่เกิน 6 เดือนเพียงร้อยละ 14 เท่านั้นที่ได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว ลดลงจากปี 2558 ที่ร้อยละ 23

นางสาววันเพ็ญ กล่าวอีกว่า ผลสำรวจยังสะท้อนความไม่เท่าเทียมด้านการศึกษา คือ ในขณะที่เด็กเกือบทุกคนเข้าเรียนและจบชั้นประถมศึกษา แต่อัตราการเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ลดลงอย่างชัดเจนในกลุ่มครัวเรือนยากจนมาก มีเพียงร้อยละ 82 และ 53 ตามลำดับ ส่วนภาคใต้มีอัตราการเข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายต่ำกว่าภาคอื่น คือร้อยละ 77 และ 56 ตามลำดับ ขณะที่ทักษะขั้นพื้นฐานด้านการอ่านและการคำนวณ พบมีเด็กที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3 ไม่ถึง 6 ใน 10 คนหรือร้อยละ 57 ที่มีทักษะการอ่านขั้นพื้นฐาน และเพียงครึ่งหรือร้อยละ 50 ที่มีทักษะการคำนวณขั้นพื้นฐาน

ยูนิเซฟ

ด้าน นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า สถิติดังกล่าวทำให้เห็นสถานการณ์ประเทศไทยที่แท้จริง ไม่ใช่สถานการณ์ผ่านมุมมอง ที่อาจเบี่ยงเบนตามทัศนคติ และจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ในการดำเนินนโยบายแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาอะไรในอนาคต โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2579) ของไทย ที่อาจต้องปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในทุกๆ 5 ปีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ดีก็ควรสนับสนุนให้ดียิ่งขึ้น

ส่วนสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขก็จะสามารถแก้ได้ตรงจุดต่อไปในอนาคต เช่น ภาวะทุพโภชนาการซ้ำซ้อนในเด็กเล็ก ภาวะเตี้ยแคระแกรน น้ำหนักเกิน การออกจากโรงเรียนกลางคันในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย ซึ่งเกิดขึ้นมากในเด็กที่ครอบครัวยากจนและมารดามีระดับการศึกษาต่ำ รวมถึงคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กป.2 และป.3 ด้านทักษะการอ่านและการคำนวณเลข ที่เด็กเริ่มช้ากว่าเพื่อน เรียนไม่ทัน จึงไม่อยากเรียน ทำให้ผลการทดสอบวัดความรู้นักเรียนนานาชาติสอบ หรือ PISA ประเทศไทยต่ำกว่าที่ควร ตลอดจนมีเด็กถึง 3 ล้านคนที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่

Advertisement

 

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย