สธ.ขยายบริการ ‘ยาเมทาโดน’ บำบัดผู้เสพฝิ่น 3 จังหวัดภาคเหนือ

7.08.16 | 15:59 น.

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในปี 2559-2561 นี้ สธ.ได้เพิ่มมาตรการตัดวงจรยาเสพติด โดยสถาบันธัญญารักษ์ กรมการแพทย์ ได้จัดทำโครงการบำบัดผู้เสพฝิ่นที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังมีปัญหาการปลูกฝิ่นซ้ำซากและหนาแน่นประมาณ 1,230 ไร่ ใน 126 หมู่บ้าน 7 อำเภอของ 3 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอนและตาก จำนวน 4,210 ครัวเรือน รวมทั้งหมด 21,563 คน ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ตามโครงการขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 2553 ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง ลีซอ มูเซอ และม้ง ที่ยังคงใช้ฝิ่นรักษาโรคตามความเชื่อและวัฒนธรรมประเพณี โดยเน้นหนักการบำบัดทั้งผู้เสพและครอบครัว ที่จ.เชียงใหม่ ดำเนินการใน 5 อำเภอ ได้แก่ อมก๋อย เวียงแหง ไชยปราการ เชียงดาว และแม่แตง ดูแลโดยรพ.ธัญญารักษ์เชียงใหม่ร่วมกับศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่อ.อมก๋อย ที่จ.ตาก ดำเนินการที่อ.แม่ระมาด โดยสถาบันธัญญารักษ์ และจ.แม่ฮ่องสอนที่อ.ปาย โดยรพ.ธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า การเสพฝิ่นของชนเผ่าประมาณร้อยละ 80 ยังเป็นการสูบ ซึ่งเป็นรูปแบบเดิม อีกร้อยละ 20 ใช้วิธีฉีดเข้าเส้นเลือด พบในพื้นที่โซนล่างของอ.อมก๋อยและโซนบนของอ.แม่ระมาด เพราะเชื่อว่าออกฤทธิ์เร็วและใช้ปริมาณน้อยกว่า การบำบัดรักษาในพื้นที่เป้าหมายจะเน้นให้ผู้เสพฝิ่นกินยาเมทาโดน ซึ่งเป็นสารสกัดที่ใช้แทนฝิ่น กินทดแทนฝิ่นในระยะยาว ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องใช้เข็มฉีดฝิ่นเข้าเส้นเลือด เพื่อลดการติดและแพร่เชื้อโรคทางเข็มฉีดยา โดยเฉพาะเชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักแสบ เป็นต้น ได้กระจายยาไปที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)ที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย มีระบบติดตามผลในชุมชนภายหลังบำบัดโดยอสม.และอบต. เพื่อให้เลิกเสพได้อย่างถาวร ผลการดำเนินการในรอบปี 2557– 2559 ทั้ง 3 จังหวัดมีผู้เสพเข้ารับการบำบัดรวม 1,398 ราย ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ 1,135 ราย ตาก 236 ราย และแม่ฮ่องสอน 27 ราย

ทั้งนี้การใช้ยาเมทาโดน นอกจากจะลดอาการอยากยา (Craving) ได้ดีแล้ว ยังมีประสิทธิภาพการบำบัดรักษาในระยะยาว เพื่อทดแทนการเสพติดฝิ่นเรื้อรัง โดยผู้ที่เสพฝิ่นด้วยวิธีสูบและฉีดน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ส่วนใหญ่จะสามารถหยุดเสพได้ ส่วนในกลุ่มของผู้ที่ฉีดมากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์และติดสุราร่วมด้วยซึ่งมีประมาณร้อยละ 19 จะต้องใช้เวลารักษานาน ในรายที่หยุดเสพไม่ได้จะส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ซึ่งในปีนี้ได้เพิ่มการค้นหาผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาและบูรณาการแผนติดตามช่วยเหลือผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตโดยไม่พึ่งยาเสพติด อย่างไรก็ดีการทำงานของเจ้าหน้าที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้ติดฝิ่น เนื่องจากเดินทางยากลำบากมากโดยเฉพาะช่วงฤดูฝน