“ลืมไปแล้วหรือ” ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ยินการทวงถามเช่นนี้จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลางวงที่ประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เมื่อวันก่อน
ประยุทธ์ตั้งใจจะให้สมาชิกรัฐสภาและผู้ฟังผู้ดูการถ่ายทอดสดอยู่ทางบ้าน “ไม่ลืมประวัติศาสตร์”
เพียงแต่ “ประวัติศาสตร์” ของประยุทธ์นั้นสั้นนัก
จำกัดอยู่แค่ระหว่างปี 2556-2557 เพื่อที่จะหยิบยกขึ้นมาอวดโอ่ว่าเป็นผู้มา “ดับไฟ” แต่ละเลยที่จะกล่าวถึงเบื้องหลังการจุดไฟ
ประวัติศาสตร์ตามแบบฉบับประยุทธ์จึงขาดวิ่นและงมงายว่ารัฐประหารเป็นวีรกรรม
“ทหารการเมือง” ครอบงำประเทศมากว่าครึ่งศตวรรษ !!
ตั้งแต่ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ หักหลังนาย ทำรัฐประหารในปี 2500 โลกก็มองว่า ไทยถอยหลังเข้าคลอง
“ทหารการเมือง” มีบทบาทเหนือ “ทหารอาชีพ” !
สฤษดิ์ตายไป ถนอม-ประภาส มา
ถนอม-ประภาส ไป สงัด ชลออยู่ มา
สงัด ไป สุนทร คงสมพงษ์ สุจินดา คราประยูร มา พอ “สุจินดา” ไป สนธิบัง
ก็มา และประยุทธ์ ก็มา
ชั่วเวลา 63 ปีมีรัฐประหาร 8 ครั้ง เฉลี่ยแล้วจะมีทหารขนอาวุธออกมาทำรัฐประหารกันในทุกๆ 7 ปีด้วยข้ออ้างเหมือนกันทุกครั้งคือ คอร์รัปชั่น หมิ่นสถาบัน และมีความวุ่นวาย
แต่หลังเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุม “พฤษภาทมิฬ’35” ทหารการเมืองได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก
ภาพลักษณ์ทหารเสื่อมทราม ผู้คนรังเกียจดูแคลนหมิ่นหยาม !
นายทหารถูกย้ายเข้ากรุ งบฯทหารถูกตัด โครงการซื้ออาวุธถูกพับเก็บ คอมมิสชั่นหดหาย คล้ายๆ กับว่า พฤษภา’35 เป็น “จุดเปลี่ยน” ทำให้ทหารกลับเข้าสู่กรมกอง ไม่เป็น “เครื่องมือ” รับใช้นายที่กระหายอำนาจการเมืองอีกต่อไป
แต่ 14 ปีที่ทำดีพังทลายลงในวันที่ 19 กันยายน 2549 !
วงจรอุบาทว์กลับมาอีกครั้งพร้อมคำโฆษณาชวนเชื่อเหมือเมื่อ 50 ปีก่อน คือคอร์รัปชั่น หมิ่นสถาบัน เกิดความแตกแยก บ้านเมืองไม่สงบ
ทุกคำกล่าวหาพุ่งเป้าทำลายไปที่ “ทักษิณ”
พยายามสลายพลังทักษิณและเครือข่ายทักษิณ ยุบพรรคทักษิณ ไล่ล่าทักษิณ กระทั่งใช้ “กระสุนจริง” สลายการชุมนุมพวกนิยมทักษิณเมื่อ “เม.ย.-พ.ค.2553” เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ศพ บาดเจ็บกว่า 2 พันคน
ห่ำหั่นไม่สำเร็จจนต้อง “จุดไฟ” สร้างเงื่อนไขรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ด้วย “ข้ออ้าง”
เดิมๆ พร้อมกับวาทกรรม “ขอเวลาอีกไม่นาน”
“รัฐประหาร” เป็นการทำลาย ไม่ใช่ “สร้าง”
ประวัติศาสตร์ของ “ทหารการเมือง” ไม่ใช่เรื่องที่น่าอวดโอ่ภาคภูมิใจ !?!!

