เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นางอ้อย นามสมมุติ อายุ 66 ปี พา ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ13 ปี นักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนชื่อดังย่านสำเหร่ หลานสาว เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับร.ต.ท.บุญญฤษท์ มาเหวง รอง สว.(สอบสวน)สน.สำเหร่ กรณีที่ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราและถูกทำร้ายมาเป็นปี พร้อมนำผลตรวจร่างกายที่พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศของโรงพยาบาลตากสินมามอบให้กับพนักงานสอบสวน
ด.ญ.เอ กล่าวว่า พ่อตนคือนายนุ (สงวนนามสกุล) ทำงานเป็น รปภ.อยู่ที่แฟลตทหารเรือ ย่านวัดกระจับ ตนพักอยู่กับยายที่แฟลตนี้ ส่วนแม่แท้ๆ ของตนตอนนี้อยู่ในเรือนจำ พ่อตนก็มีแฟนใหม่ ก่อนหน้านั้นพ่อติดคุกเพิ่งเพิ่งพ้นโทษออกมาได้เกือบ2 ปี ครั้งแรกที่พ่อลงมือก่อเหตุคือพาขึ้นไปบนห้องพักบนแฟลตทหารเรือ แล้วพยายามปลุกปล้ำ ตบตี แต่ตนก็วิ่งหนีออกมาได้ จนพ่อมาออกอุบายว่า ให้ไปพักกับย่าที่บ้านเก่า แต่เมื่อตนออกไป ปรากฏว่าพ่อพาตนไปที่บ้านพักในซอยแห่งหนึ่งย่านสมเด็จพระเจ้าตากสิน แล้วตบตีใช้กำลังประทุษร้าย บีบบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ตนพยายามขอร้องแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อพ่อทะเลาะกับแฟนใหม่ก็จะมาทำร้ายตนอยู่บ่อยครั้ง
ด.ญ.เอ กล่าวอีกว่าไม่กล้านำเรื่องไปบอกใครเพราะพ่อขู่เอาไว้ โดยเฉลี่ยแล้วจะข่มขืนอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ช่วงก่อเหตุมักจะเป็นช่วงกลางวันตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน หลังจากนั้นก็ไม่ยอมให้ตนออกไปจากบ้าน เมื่อหนีออกไปกลับมาก็จะถูกทำร้าย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ประสานสหวิชาชีพพร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมสอบปากคำก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

