“วราวุธ” เปิดศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ผนึกกำลังลุยเชิงรุก ตั้งเป้าลดฝุ่นPM2.5 ให้ได้ร้อยละ 20
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. เป็นประธานการเปิดศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) และผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการเปิดศูนย์ฯ
นายวราวุธ กล่าวว่า ช่วงเวลาขณะนี้ปัญหาฝุ่นละอองกำลังจะมา ซึ่งโดยปกติแล้วฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ได้มีการผลิตตัวเองเยอะมากกว่าปกติ เพียงแต่ช่วงฤดูหนาว สภาพอากาศไม่มีการเคลื่อนตัว ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองจำนวนมาก ก้าวแรกของทส.คือ การแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับทราบถึงความอันตรายของฝุ่นPM2.5 รวมถึงการป้องกันและการดูแลตัวเอง

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ก้าวต่อไป โดยศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจะเป็นวอร์รูมในการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังรวบรวมข้อมูลจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศและรายงานสู่สาธารณะ และหากเกิดสถานการณ์ใดๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการยกระดับดำเนินงานอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว โดยกระทรวงทรัพยากรฯ จะเป็นเจ้าภาพประสานงานกับหน่วยงาน เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการดูแลพื้นที่การเกษตร กระทรวงคมนาคม ดูแลเรื่องมาตรฐานควันดำ กระทรวงอุตสาหกรรม ในการควบคุมการเผาอ้อย กระทรวงมหาดไทย เพื่อประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ในการจัดระเบียบการเผา กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในการดูแลสุขภาพ หลีกเลี่ยงการเผชิญฝุ่น เป็นต้น ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง และได้ดำเนินการในเชิงรุกเพื่อให้ปัญหานี้ลดลง

ขณะที่นายจตุพร กล่าวเสริมว่า ศูนย์ดังกล่าวฯ จะมีการจัดแถลงข่าว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมมลพิษ กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อทำหน้าที่เป็นโฆษกศูนย์ ซึ่งจะอธิบายให้ความรู้กับประชาชนได้ในทุกเรื่อง ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีการจัดแถลงข่าวสัปดาห์ละ 1- 2 ครั้ง ส่วนการดำเนินงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เบื้องต้นได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เร่งจัดการเศษวัสดุธรรมชาติที่จะเป็นเชื้อเพลิงนำออกจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติ ให้ได้มากที่สุด รวมทั้งการติดต่อบริษัทในพื้นที่เข้ามารับซื้อเศษวัสดุเพื่อนำไปอัดแท่ง นอกจากนี้เราจะนำรถตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ ไปตรวจวัดบริเวณชายแดนที่ติดประเทศเพื่อนบ้าน หากเกิดกรณีที่แหล่งกำเนิดมลพิษอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน จะได้ประสานงานเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองในทันที

นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจะเชื่อมโยงกับทุกกระทรวง โดยนำบทเรียนปี 2562 มาประยุกต์ใช้ ให้เข้าถึงแหล่งกำเนิดมลพิษ คุมเข้มเรื่องการเผาในที่โล่ง โดยแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติฯ มี 3 มาตรการ คือ 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ 2. การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทางและ3.การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษเป็นการพัฒนาระบบ เครื่องมือ กลไกการบริหารจัดการ การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งหากทุกหน่วยงานร่วมมือกันดำเนินงานตามแผนดังกล่าว เชื่อว่าปริมาณฝุ่นละอองจะลดลงได้ร้อยละ 20 ตามเป้าหมายที่วางไว้

