รองผบช.น.ยันทำตามแผนเตือนก่อน-ใช้น้ำเปล่าฉีดสกัดผู้ชุมนุม เตรียมเช็กบิลแกนนำผิด 2 พ.ร.บ.

9.11.20 | 13:22 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) เปิดเผยกรณีการฉีดน้ำสกัดผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่าเป็นไปตามแผนการสกัดกั้นผู้ชุมนุมที่รื้อลวดหนาม สิ่งกีดขวาง เพื่อจะเข้าไปพื้นที่ด้านในก่อนหน้าจะฉีดน้ำทางตำรวจประกาศแจ้งเตือนให้หยุดการกระทำ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่หยุดทางตำรวจจึงฉีดน้ำ เพื่อป้องกันเหตุร้ายและทรัพย์สินราชการเสียหาย การฉีดน้ำเป็นการฉีดแนวสูงไม่ได้ฉีดปะทะแนวผู้ชุมนุมโดยตรงและน้ำที่นำมาฉีดยืนยันเป็นน้ำเปล่าธรรมดาไม่ได้ผสมสารเคมีใดๆ ส่วนที่พบพลุควันในพื้นที่สนามหลวงฝั่งตำรวจนั้น จะต้องตรวจสอบว่าเป็นพลุควันลักษณะใดมีการจุดหลายจุดที่การชุมนุมต้องตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิดและพลุดอกไม้เพลิง จากเหตุการณ์ตำรวจได้รับบาดเจ็บ หัวแตก เย็บ 3 เข็ม ถูกขวางปาแก้ว ขวด จากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนความเสียหายจากการรื้อรั้วเหล็ก แผงกั้นท้องสนามหลวงต้องให้ทางกรุงเทพมหานคร(กทม.)สำรวจความเสียหายแล้วมาแจ้งความดำเนินคดี


พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่าส่วนตู้ไปรษณีย์สีแดงทางกลุ่มผู้ชุมนุมนำมา นำไปเก็บไว้ที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อนำไปประกอบการสอบสวน ส่วนจะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เขียนจดหมายหรือไม่นั้นต้องดูเนื้อหาในจดหมายว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ ส่วนกลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (คปส.) ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้มีการชัตดาวน์ประเทศนั้นจะเข้าข่ายความผิด ม.116 หรือไม่ ทางตำรวจจะต้องตรวจสอบพฤติกรรรมและเนื้อหาของการยื่นหนังสือ

ขณะที่ พ.ต.อ.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผกก.สน.ชนะสงคราม กล่าวว่า ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมดำเนินคดีกับแกนนำและผู้ชุมนุมที่กระทำผิด ซึ่งหลักๆ ผู้จัดกิจกรรมไม่ได้แจ้งการชุมนุมก่อน จึงอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และ พ.ร.บ.ความสะอาด พร้อมกันนี้ยังต้องตรวจสอบถ้อยคำปราศรัยในการชุมนุมดังกล่าวว่าจะเข้าข่ายความผิดร้ายแรงใดหรือไม่

รายงานแจ้งว่า สำหรับถังขยะของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำจำลองขึ้นเป็นตู้ไปรษณีย์ใส่จดหมายเพื่อนำไปยื่นถึงสำนักพระราชวังนั้น หลังการชุมนุมเสร็จสิ้น ตู้ดังกล่าวก็ถูกวางที่ไว้ตรงสถานที่ชุมนุม เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตพระนครตรวจสอบแล้วเข้าข่ายตามเนื้อหาของ พ.ร.บ.ความสะอาด เนื่องจากเป็นสิ่งของที่ถูกทิ้งไว้ จึงประสานตำรวจ สน.ชนะสงคราม เพื่อนำตู้จดหมายไปลงบันทึกประจำวันติดตามหาเจ้าของที่โรงพัก หากเจ้าของประสงค์จะติดต่อขอรับคืนให้ไปแจ้งกับตำรวจได้

Advertisement

ข่าวแจ้งด้วยว่า ปกติแล้ว หากต้องการยื่นหนังสือถึงหน่วยงานใดของรัฐ ในระบบราชการก็สามารถทำเรื่องตามขั้นตอนไปถึงหน่วยงานนั้นๆ ได้โดยตรง แต่เนื่องจากการนำตู้จดหมายไปยื่นถึงสำนักพระราชวังเช่นนี้เป็นไปในเชิงสัญลักษณ์มากกว่า จึงไม่อาจส่งไปให้ถึงปลายทางได้