เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่สน.หัวหมาก นายวันธงชัย ชำนาญกิจ ทนายความ พานายธนวินท์ ฟักสุขจิตต์ อายุ 32 ปี ผู้ทำร้ายร่างกาย และนายศราวุธ ประยูร อายุ 29 ปี ผู้ทุ่มลำโพง ซึ่งเป็น 2 ใน 9 สมาชิกของกลุ่มภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ถูกออกหมายเรียกพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุ ชาติ รอง ผกก.(สอบสวน)สน.หัวหมาก เพื่อรับทราบข้อหาตามหมายเรียกในคดีเหตุทำร้าย น.ส.ฐิติมา บุตรดี หรือแบม อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรามคำแหง บาดเจ็บจากเหตุการณ์กลุ่มคนสวมเสื้อเหลืองที่จัดการชุมนุมชนกับกลุ่มนักศึกษา เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา
นายทินกร ปลอดภัย แกนนำกลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ กล่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า วันนี้พาผู้ที่ถูกออกหมายเรียก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ที่ทุ่มลำโพงใส่ผู้บาดเจ็บและคนที่ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นผู้ต่อยบุคคลอื่น มาพบพนักสอบสวน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรับทราบข้อกล่าวหาผู้ใดทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น, และผู้ใดมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป พร้อมนำพยานหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่รวบรวมได้มามอบให้กับตำรวจ ซึ่งคนที่โดนกล่าวหาว่าต่อยบุคคลอื่นนั้นความจริงแล้วโดนต่อยทำร้ายก่อน มีหลักฐานยืนยันว่ามีชายชุดดำเป็นผู้ลงมือทำร้ายก่อน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าเวลาที่คนตกใจจะต้องทิ้งสิ่งของ เช่นในกรณีนี้ น.ส.ฐิติมา ผู้ได้รับบาดเจ็บยังคงถือไมค์ยืนพูดอยู่บนรถ ดูผิดธรรมชาติที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ ที่กลุ่มต้องใช้เวลานานกว่าจะออกมาแสดงตัวนั้น ก็ต้องการให้หลักฐานค่อยๆ ปรากฎออกมา เราต้องการหาข้อเท็จจริงก่อน เพราะสังคมตราหน้าว่าพวกเราไปรังแกเด็ก
นายทินกร กล่าวต่อว่า ส่วนการจะแจ้งความกลับหรือไม่นั้น ขอมอบพยานหลักฐานให้ตำรวจก่อน ซึ่งอีกฝ่ายใช้กฎหมายมาเราก็ยืนยันที่จะต้องสู้โดยใช้กฎหมายเช่นกัน พวกเรารอให้อีกฝั่งหยุด แต่ก็ยังไม่ยอมหยุด ยังกดกัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและมหาวิทยาลัย จึงทำให้นายสมเดช คงวิจิตร ต้องลาออกเพราะความกดดันจากกลุ่มเห็นต่าง นอกจากนี้ยังมีการโพสต์ข้อความกล่าวหาพวกตนตามสื่อโซเชียลต่างๆ จึงอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเอาผิดหรือไม่
นายวันธงชัย กล่าวว่า ทั้งนี้นายธนวินท์ และนายศราวุธ มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อหาตามหมายเรียก ซึ่งทั้งสองคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งก็พิจารณาแจ้งความกลับคู่กรณีในข้อหาแจ้งความเท็จต่อไป

