เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. แถลงจับกุมนายเกา และหนายเหลียง 2 ชาวไต้หวัน สุ่มส่งลิงก์ให้อัพเดตแอพพลิเคชั่นธนาคาร หลอกเอารหัสโอทีพี เพื่อโอนเงินผู้เสียหาย เข้าบัญชีคนร้าย พบมีข้อมูลการสุ่มเบอร์โทรศัพท์ไปแล้วกว่า 8 หมื่นเบอร์
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง จ.นนทบุรี และ สถานีตำรวจภูธรภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ว่าได้รับข้อความพร้อมลิงก์ให้ทำการปรับปรุงแอพพลิเคชั่นของธนาคาร จึงหลงเชื่อ เปิดลิงก์และพิมพ์ข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัญชี รหัสผ่าน เพื่ออัพเดตแอพพลิเคชั่น และรหัสโอทีพี ทำให้เงินในบัญชีถูกโอนไปยังบัญชีของน.ส.ลดาวัลย์ ซึ่งผู้เสียหายไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สร้างความเสียหายกว่า 1 แสน 8 พันบาท ตำรวจสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง จึงขยายผล โดยประสานเจ้าหน้าที่ธนาคาร พบว่า คนร้ายใช้บัตรเอทีเอ็มถอนเงินจากบัญชีน.ส.ลดาวัลย์ ที่ตู้เอทีเอ็มห้างซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ จึงขยายผลต่อจนพบว่า ผู้ก่อเหตุชาวไต้หวัน พักห้องเช่าย่านศรีนครินทร์ 42 จึงเข้าตรวจค้นพบของกลางบัตรเอทีเอ็ม ชื่อ น.ส.ลดาวัลย์ สมุดบัญชีธนาคาร เครื่องสกิมเมอร์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และของกลางอีกหลายรายการ
จากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ก่อเหตุใช้เว็บเอสเอ็มเอส ที่จดทะเบียนในประเทศจีน สุ่มส่งลิงก์ให้ทำการปรับปรุงแอพพลิเคชั่นของธนาคารไปยังเบอร์ต่าง ๆ จำนวนหลายร้อยเบอร์ต่อวัน เพื่อหลอกเอาข้อมูลรหัสโอทีพีเหยื่อ ซึ่งตำรวจยังมีข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ต้องหาสุ่มส่งเบอร์ไปอีกกว่า 8 หมื่นเบอร์ ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับลิงก์ลักษณะดังกล่าว ขออย่าหลงเชื่อ และจากการสอบถามไปทางธนาคารโดยตรง เพราะจากการสอบถามไปยังธนาคารต่าง ๆ พบว่าไม่มีธนาคารไทยใด ส่งลิงก์ลักษณะนี้ไปยังลูกค้า
ด้าน นายกฤษณ์ ไพโรจน์กีรติกุล ผู้แทนธนาคารไทยพาณิชย์ ยืนยันว่า ไม่มีธนาคารใด สอบถามข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างเด็ดขาด และขออย่าบอกรหัสโอทีพี ในการทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลอื่นอย่างเด็ดขาด


