‘จุติ’ ชู! พม.ที่พึ่งประชาชน ปี 64 วิกฤตกว่า ‘ต้มยำกุ้ง’

12.11.20 | 11:41 น.

‘จุติ’ ชู! พม.ที่พึ่งประชาชน ปี 64 วิกฤตกว่า ‘ต้มยำกุ้ง’

ความตึงเครียดภาคการเมือง ความถดถอยทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ที่ภาคสังคมจะได้รับผลกระทบไปด้วย ปี 2564 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงตั้งเป้ายกระดับการทำงาน ซึ่งเป็นข้อเน้นย้ำในการมอบนโยบายทิศทางขับเคลื่อนภารกิจ กระทรวง พม.ประจำปี 2564 แก่คณะผู้บริหารกระทรวง พม. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. เผยว่า ผมมองว่าปี 2564 จะเป็นปีที่วิกฤตอย่างยิ่ง มากกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง และจะเป็นปีที่ประชาชนเข้าหา พม.มากขึ้น ฉะนั้นเราจะต้องเป็นเสาหลักของสังคมและเป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้ ผมจึงอยากเน้นย้ำการดำเนินงานปี 2564 คือ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้คนที่ไม่มีโอกาส และส่งเสริมครอบครัวให้เข้มแข็ง

“จากนี้ พม.จะทำงานช่วยเหลือครบวงจรมากขึ้น อย่างเรื่องแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ผ่านมาเราอาจช่วยเรื่องการสงเคราะห์ นำมาฝึกอาชีพ ให้เงินทุนประกอบอาชีพ แต่ต่อไปจะช่วยคิด เป็นที่ปรึกษาให้ เปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ และช่วยสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง นี่เป็นสิ่งที่ พม.ทำลำพังไม่ได้ แต่เราจะจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สถาบันการเงิน คิดว่าจะเป็นการทำเรื่องเดียวที่แก้โจทย์ได้หลายมิติ”

รมว.พม.ต้องการยกระดับการทำงาน พม.ในปี 2564 ด้วยการสื่อสารภายในองค์กรมากขึ้น โดยสั่งการให้หน่วยปฏิบัติต้องติดตามข้อมูลและสื่อประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล กระทรวง และกรม เพื่อสร้างความรับรู้ของผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน ในแนวนโยบายและบริการของรัฐ เพราะปัจจุบันมีบริการดีๆ เพื่อประชาชนหลายอย่าง แต่ประชาชนไม่รู้ บางเรื่องผู้ปฏิบัติงานเองก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำ ส่วนการทำงานยังคงเน้นย้ำที่ผลลัพธ์การทำงานไว้ก่อนกระบวนการทำงาน คือ ต้องทำงานได้จริง เร็ว และประชาชนต้องมีความสุข

Advertisement

“ปี 2564 จะเป็นปีที่ พม.ลงพื้นที่ไปหาประชาชน ไปรับทราบปัญหาโดยตรง แล้วช่วยรีบแก้ไข หากแก้ไม่ได้ ส่งขึ้นมาที่ผม ผมจะประสานบูรณาการช่วยแก้ให้ เราจะมีรถรัฐบาลสัญจร ทำระบบร้องทุกข์ให้ดีขึ้น เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประชาชน” นายจุติกล่าวทิ้งท้าย

มุมมอง”เจ้ากระทรวงพม.” สมรสเท่าเทียม เซ็กซ์เวิร์กเกอร์ถูกกฎหมาย

ถูกจับตาอย่างมากกับกลุ่มเสรีเทยพลัส หลังจากเปิดข้อเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศไปยังรัฐบาล เช่น ต้องเปิดให้มีการสมรสเท่าเทียม ต้องเปิดให้มีการลงทะเบียนพนักงานบริการทางเพศถูกกฎหมาย ฯลฯ สะกิดตรงไปยังกระทรวง พม.ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนสร้างความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งปัจจุบันกำลังร่าง พ.ร.บ.รับรองเพศ พ.ศ…. ที่เปิดให้คนข้ามเพศ สามารถขอเปลี่ยนคำนำหน้าเพศกำเนิด “นาย นางสาว” ตามเพศวิถีได้ ตลอดจน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ซึ่งกำลังปรับปรุง

นายจุติกล่าวถึงข้อเรียกร้องว่า ในส่วนข้อเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ ที่ผ่านมาได้มอบนโยบายว่า พม.ต้องไม่มีโมเดลว่ากฎหมายจะเป็นอย่างไร เพราะจะเปิดให้กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ หรือแอลจีบีทีคิว บอกปัญหาและความต้องการเข้ามา แต่ปัญหาตอนนี้คือ พวกเขาทะเลาะกันเอง บางคนอยากได้มาก บางคนอยากได้น้อย ซึ่งเรารับฟังทุกกลุ่ม ตอนนี้จึงอยู่ในช่วงการรอให้เขาพูดคุยตกลงกัน

“ร่างกฎหมายนี้จะเสนอทันปี 2564 หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ แต่เรายืนยันว่าไม่ได้นิ่งเฉย เรารับฟังทุกฝ่าย เพียงแต่ตอนนี้ยังหารือกันไม่จบ”

ส่วนข้อเรียกร้องเซ็กซ์เวิร์กเกอร์ถูกกฎหมาย นายจุติกล่าวว่า จริงๆ ผมไม่อยากคอมเมนต์ประเด็นนี้ แต่จะบอกว่าผมโตมาในระบบโบราณ ให้ความสำคัญกับศีลธรรมในบ้านเมืองที่ต้องมี ฉะนั้นหากต้องโหวตกฎหมายนี้ในสภา ผมจะโหวตตามจิตสำนึกของผม

“ข้อเรียกร้องนี้ก็มีคำถามกลับมาว่า ในเมื่อมีการเรียกร้องเสรี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำไมเราต้องไปตีตราเขา ขณะเดียวกันหากเปิดให้มีการลงทะเบียนแล้ว เราจะยอมรับได้ไหม หากมีคนนามสกุลเดียวกับเรา ไปขึ้นทะเบียน จะรู้สึกอย่างไร” นายจุติกล่าว