ผอ.ศปนม.ตร.-ปธ.แม่บ้านบช.ก.-ตำรวจน้ำ จัดพิธีปล่อยเรือลงน้ำสนับสนุนภารกิจทางน้ำ-ปราบค้าน้ำมันเขียว ณ อู่ มาร์ซัน
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบ.ตร. ฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง(ศปนม.ตร.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธานในพิธี คุณนิภาพรรณ สุขวิมล สตรีผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำพร้อมด้วย พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. พล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผบช.สงบ. เดินทางมาในพิธีปล่อยเรือ 817 (ปทุมวัน 2) ลงน้ำของ ตร. โดยมี พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน.ผชพ.(สบ 6) บก.รน. รอง ผบก.รน. , ผกก.ฝอ.บก.รน. ผกก.2 บก.รน. กำลังพลในสังกัด บก.รน. ผู้แทน จว.สมุทรปราการ กรมสรรพสามิต กรมเจ้าท่า กรมประมง ฝ่ายปกครอง ชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง ชมรมแม่บ้านตำรวจน้ำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ และร่วมในพิธี บริเวณ อู่ต่อเรือบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จว.สมุทรปราการ

พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ กล่าวว่าเรือดังกล่าวได้รับงบประมาณอุดหนุนจากกรมสรรพสามิตในการปราบปรามลักลอบค้าน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ในทะเลของประเทศไทย เนื่องจากศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง(ปีโป้)ตรวจสอบพบว่าในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ประมงไม่ได้ออกเรือหาสัตว์น้ำ เนื่องจากปัจจัยหลายด้าน แต่อัตราการใช้น้ำมันดีเซลสำหรับชาวประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร(โครงการน้ำมันเขียว)เป็นมาตราการของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เนื่องจากได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตรภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมัน ไม่ได้ลดลง จึงลงนามในสัญญากับบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ในการจ้างสร้างเรือตรวจการณ์ จำนวน 1 ลำ ตามโครงการจัดหาเรือของ ศปนม.ตร. เพื่อใช้ภาระกิจในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการปฎิบัติงานของหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายในเขตน่านน้ำ กระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว
พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวว่าด้วยปัจจุบัน มีการลักลอบค้าน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ในทะเลของประเทศไทย มีความหลากหลายรูปแบบกระทำความผิด เช่นมีการลักลอบซื้อขายกันในทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ปฎิบัติหน้าที่ ต้องมียุทโธปกรณ์ คือเรือตรวจการณ์ ที่มีประสิทธิภาพ ในการปฎิบัติงาน อันส่งผลให้งานเกิดประสิทธิภาพ สมความมุ่งหมายของ ศปนม.ตร.


ด้านนายภัทรวิน จงวิศาล กล่าวว่า เรือ “ปทุมวัน 2 (817)” สร้างจากแบบเรือ M25 Patrol Boat ซึ่งเป็นแบบ WELL PROVEN DESIGN โดยบริษัทได้พัฒนาและปรับปรุงระบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในการนำเรือออกปฎิบัติภารกิจได้อย่างตรงเป้าหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งแบบเรือ M25 Patrol Boat นี้ มีโอกาสรับใช้ภารกิจของหน่วยงานราชการต่างๆ อาทิเช่น กองบังคับการตำรวจน้ำ (เรือ 813 – 814) และกรมศุลกากร เป็นต้น
สำหรับ บริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 ดำเนินธุรกิจต่อเรือ และซ่อมเรือ และได้ส่งมอบเรือให้ลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศมาแล้วกว่า 319 ลำ อาทิ เรือตรวจการณ์ความเร็วสูง เรือตรวจการณ์ติดอาวุธนำวิถี
เรือรับส่งลูกเรือ และบริการแท่นขุดเจาะน้ำมัน เรือสำราญ เรือขจัดคราบน้ำมัน และเรืออเนกประสงค์ต่างๆ อีกทั้งยังให้คำปรึกษางานด้านการต่อเรือ และซ่อมเรือเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็น “อู่ต่อเรือของคนไทย เพื่อสังคมไทย”
ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในในการวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบเรือ ด้านการผลิต การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนความปลอดภัยในการทำงาน และได้มีการผลักดันให้บุคลากรทุกระดับได้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนา ทำให้บริษัทฯ สามารถออกแบบ และพัฒนาแบบเรือเป็นของตัวเอง ดังนั้น เรือทุกลำที่ต่อโดย
บริษัทฯ จึงเป็นเรือที่มีสมรรถนะดี ตรงตามข้อกำหนดของลูกค้า และได้ผ่านการทดสอบทดลองสมรรถนะของเรือเพื่อความสมบูรณ์เรียบร้อยก่อนส่งมอบ

