ผู้ดูแลโกดังซุกยาเคโผล่ ยันไม่เกี่ยวขบวนการ เผยผู้เช่าอ้างใช้เก็บเฟอร์นิเจอร์

12.11.20 | 22:45 น.

ผู้ดูแลโกดังซุกยาเคโผล่ ยันไม่เกี่ยวขบวนการ เผยผู้เช่าอ้างใช้เก็บเฟอร์นิเจอร์

ผู้ดูแลโกดังซุกยาเค กองมหึมา 11.5 ตันโผล่ยันต่อเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องขบวนการ เผยผู้เช่าอ้างใช้เก็บเฟอร์นิเจอร์ แต่เปิดดูหลังถูกเบี้ยวจ่ายค่าเช่านาน 2 เดือนพบเพียงกองกระสอบไม่มีใครเฝ้าคอยดูแล ระบุเจ้าของเป็นชาวสวิสฯ เคยใช้ประกอบการอุตสาหกรรมแต่เลิกกิจการ ก่อนปล่อยให้เช่าช่วงมานานหลายปี ด้าน ตร.เตรียมย้ายของกลางเข้ากรุงตรวจพิสูจน์หาสารประกอบ ขณะ UNODC ระบุถือเป็นบิ๊กเรคคอร์ด


จากกรณีที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. และพล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เดินทางมาตรวจยึดเคตามีนเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ประมาณ 11,500 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 28,750 ล้านบาท ที่โกดังให้เช่าบนเนื้อที่ 3 ไร่ ใน ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดที่เคยจับมาในประเทศไทย และน่าจะเป็นเครือข่ายส่งออกยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่นั้น

อ่าวข่าว – “สมศักดิ์” เผย ป.ป.ส.บุกจับยาเคครั้งใหญ่ที่สุดในปท.กว่า 11.5 ตัน มูลค่า 28,750 ล้านบาท

ความคืบหน้าล่าสุด ได้มีหญิงสาวซึ่งขอสงวนนามวัยประมาณ 40 ปีเศษ ได้เข้ามาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ว่า เป็นผู้ดูแล หรือเอเจนซี่ ผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการโกดังแห่งนี้แทนเจ้าของเดิม ซึ่งเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้เลิกกิจการ และเดินทางกลับประเทศไปนานแล้ว พร้อมกับเปิดเผยว่า เดิมได้มีผู้เช่าเข้ามาขอเช่าใช้พื้นที่โกดังแห่งนี้เมื่อกว่า 2 เดือนก่อนโดยแจ้งว่าจะใช้เก็บเฟอร์นิเจอร์

Advertisement

แต่ต่อมาผู้เช่าไม่ได้มาจ่ายค่าเช่ารวมเวลา 2 เดือนแล้ว และไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้เดินทางเข้าไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ยังที่ สภ.บางปะกง ว่าจะขอเปิดดูโกดัง และเมื่อมาเปิดดูภายในโกดังเมื่อวันที่ 13 ต.ค.63 กลับปรากฎว่าไม่พบว่ามีเฟอร์นิเจอร์หรือมีการดำเนินธุรกิจใดๆ อยู่ภายในพื้นที่ และไม่มีคนเฝ้าคอยดูแล โดยพบเพียงกระสอบป่านใยพลาสติกคล้ายกระสอบปุ๋ยวางกองเรียงกันอยู่ภายใน

จึงได้ถ่ายภาพไว้พร้อมแจ้งไปยังทางเจ้าของในต่างประเทศให้ทราบ ต่อมาเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย.63 ที่ผ่านมาจึงได้มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาว่า พบสิ่งของดังกล่าวนี้อยู่ภายใน ซึ่งตนไม่ทราบว่าเป็นอะไร และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้เช่ารายนี้ โดยขณะที่ผู้เช่าเข้ามาขอเช่านั้นได้แสดงตนว่าเป็นคนไทย โดยมีบัตรประจำตัวประชาชนเป็นชาว จ.เชียงใหม่ แต่กลับพูดไทยได้ไม่ชัด โดยในบัตรระบุชื่อว่า นายอภิชาต แซ่ห่อ แต่ลักษณะน่าจะเป็นชาวต่างชาติมากกว่า

“สำหรับก่อนหน้านี้โกดังแห่งนี้ได้เคยมีผู้เช่ามาเช่าประกอบการด้านอุตสาหกรรมเป็นเวลาประมาณ 3 ปีแล้ว แต่หลังจากผู้เช่ารายก่อนหน้าหมดสัญญา ได้ไปสร้างโรงงานแห่งใหม่เป็นของตนเองยังสถานที่อื่นแล้ว จึงได้ย้ายออกไป โกดังจึงว่างลง และต่อมาจึงได้มีผู้เช่ารายนี้เข้ามาเช่าแทนดังกล่าว ซึ่งโกดังแห่งนี้มีเนื้อที่ใช้สอยขนาด 700 ตรม. ปลูกสร้างมานานนับสิบปีอยู่บนเนื้อที่ 3 ไร่” หญิงผู้ดูแลเผย

ขณะที่ พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีใหญ่ โดยเป็นคดีระดับโลก รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการให้ตำรวจ ปส. เป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งจะทำการสืบสวนร่วมกับสำนักงาน ปปส. ตลอดจนการท่าอากาศยาน ศุลกากร และสรรพากร นำผู้ต้องหาพร้อมทั้งทรัพย์สินที่มีอยู่มาทำการยึดทรัพย์ตามนโยบายของรัฐบาล

ส่วนวิธีการส่งออกยาเคนั้นกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน วันนี้เป็นเพียงการตรวจพบเบื้องต้นขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันสักระยะหนึ่งก่อน จึงจะมีการแถลงข่าวเพิ่มเติมโดย รมว.ยุติธรรม ต่อไป โดยทาง ปปส. ได้ทราบว่ายาเคตามีนล็อตนี้ ถูกนำมาเก็บไว้ยังที่นี่เป็นเวลานานกว่า 2 เดือนแล้ว สำหรับของกลางที่ตรวจยึดได้ในวันนี้จะเคลื่อนย้ายนำไปทำการตรวจสอบพิสูจน์สารเสพติดที่อยู่ภายในตัวยา ยังที่ กทม. และจะเก็บไว้ที่สำนักงาน ปปส. ต่อไป

สำหรับทางคดีนั้นจะดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ส่วนเจ้าของโกดังจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบดูกันต่อไป ตอนนี้ยังเพิ่งเริ่มต้นซึ่งจะมีการสืบค้นอย่างแน่ชัดตามพยานหลักฐานโดยละเอียดก่อน ขณะนี้ทราบหมดแล้วเกี่ยวกับเจ้าของโกดังว่าเป็นใคร ซึ่งเดิมโกดังแห่งนี้เป็นโกดังร้าง และมีผู้มาเช่าบ้าง หยุดไปบ้างอยู่เป็นระยะ โดยที่ไม่มีคนมาคอยเฝ้าดูแลอยู่เป็นประจำ ซึ่งจะมีการสืบค้นต่อไปยังมีโกดังอื่นๆ ด้วย ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดมาซุกซ่อนอยู่อีกหรือไม่ พล.ต.ท.มนตรี กล่าว

ด้านนายเจเรมี ดักลาส (MR.Jeremy Douglas) ผู้แทนสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติหรือ UNODC กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับทางประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคนี้ ในการสกัดกั้นยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง และครั้งนี้ถือเป็นเรคคอร์ดที่สำคัญใหญ่มากที่สุดครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีการประสานงานความร่วมมือกับประเทศไทยต่อไป

โดยยาเสพติดเหล่านี้เป็นยาเสพติดแบบสังเคราะห์ สารเคมีตั้งต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ จึงต้องพุ่งเป้าไปที่การสกัดกั้นที่ตัวสารเคมี เพื่อไม่ให้นำมาผลิตยาเสพติดได้อีก ขณะที่ในส่วนของการประสานความร่วมมือนั้น จะมีการประสานความร่วมมือไปยังประเทศต่างๆ เพื่อให้เข้ามาร่วมมือกันในการปราบปรามยาเสพติดต่อไป นายเจเรมี ระบุ