เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 9 สิงหาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะทำงานพัฒนาพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ ครั้งที่ 4/2559 ว่า ได้นำผลสรุปจากที่ประชุมร่วมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ผู้แทนชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เข้าหารือในที่ประชุม โดยเฉพาะในประเด็นที่ กสม.ได้ขอให้ กทม.ยุติการรื้อย้ายชุมขนในพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬก่อน และ กสม.จะเสนอแก้ข้อกฎหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ แต่ที่ประชุมคณะทำงานพัฒนาพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬฯ มีมติว่า กทม.จะต้องดำเนินการตามคำสั่งศาล และตามกฎหมายที่สั่งการตลอดจนความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กำหนดให้ กทม.ต้องปรับปรุงภูมิทัศน์ป้อมมหากาฬให้เป็นพื้นที่สาธารณะ โดย กทม.จะเดินหน้ารื้อย้ายตามหน้าที่ความผิดชอบไปก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีความเห็นว่าจะเริ่มดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนของประชาชนที่สมัครใจก่อน ซึ่งเบื้องต้นมี จำนวน 12 ราย โดยประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้ประสาน กทม.เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ขอความอนุเคราะห์ให้ กทม.ช่วยรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้าง ซึ่ง กทม.ยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
พ.ต.อ.อัศวิน กล่าวถึงขั้นตอนการรื้อย้ายว่า จะดำเนินการควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มชุมชนภายในป้อมมหากาฬ 2.กลุ่มนักวิชาการ นักอนุรักษ์ที่สนับสนุนชุมชน และ 3.กลุ่มประชาชนย่านใกล้เคียงที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพื้นที่ป้อมมหากาฬ และประชาชนทั่วไปที่จะได้ใช้พื้นที่ป้อมมหากาฬร่วมกัน โดยการประชาสัมพันธ์จะแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะก่อนการรื้อย้าย ระหว่างการรื้อยาย และภายหลังการรื้อย้าย เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับจากการพัฒนาพื้นที่ประวัติศาสตร์บริเวณป้อมมหากาฬ โดยในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ จะมีการติดตั้งป้ายประกาศกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งให้ชาวชุมชนป้อมมหากาฬทราบ พร้อมทั้งมีจดหมายแจ้งไปยังทุกครัวเรือน จากนั้นวันที่ 3 กันยายน กทม.จะดำเนินการรื้อย้ายชุมชนตามกฎหมายต่อไป

