‘นพ.ยง’ คาด ‘วัคซีนโควิด-19’ ประกาศผลศึกษาระยะสุดท้ายเดือนหน้า เชื่อประสิทธิภาพสูง

13.11.20 | 14:47 น.
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ

‘นพ.ยง’ คาด ‘วัคซีนโควิด-19’ ประกาศผลศึกษาระยะสุดท้ายเดือนหน้า เชื่อประสิทธิภาพสูง

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับประเด็น “วัคซีนโควิด-19” ว่า การศึกษาระยะสุดท้ายแบบสมบูรณ์ คงจะมีผลประกาศออกมาในเดือนหน้า เชื่อว่าหลายตำรับของวัคซีน มีประสิทธิภาพสูง

วัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรคในอุดมคติ จะต้องประกอบไปด้วย
– ให้เพียงครั้งเดียวก็ป้องกันโรคได้
– อาการข้างเคียงต่ำ
– เก็บได้ที่อุณหภูมิห้อง
– เป็นที่ยอมรับของประชาชน
– และต้นทุนการผลิตต่ำหรือราคาถูก

วัคซีนโควิด-19 ที่ประกาศผลเบื้องต้นตำรับแรกเป็น mRNA วัคซีนของบริษัท “ไฟเซอร์ อิงค์” กับ “ไบโอเอ็นเทคฯ” ที่แถลงออกมาถึงประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน วัคซีนที่เป็น RNA จะถูกทำลายได้ง่ายโดยธรรมชาติ การเก็บรักษาจึงต้องใช้อุณภูมิเย็นจัดถึง -70 องศาเซลเซียสและเมื่อละลายมาที่ 2-8 องศาเซลเซียสแล้วจะต้องรีบใช้ใน 4-7 วัน

เช่นเดียวกันกับวัคซีนที่เป็นไวรัสเชื้อเป็น หรือไวรัสเวกตอร์ ก็จำเป็นที่ต้องเก็บแช่เย็นจัด ยกเว้นสามารถทำเป็นรูปผงแห้ง เช่นวัคซีนหัดก็จะสามารถเก็บได้ที่ 4 องศาเซลเซียสได้ แต่ถ้าเป็นวัคซีนโควิด-19 เชื้อตายอย่างที่จีนผลิตก็จะสามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสได้

ดังนั้นนอกจากดูประสิทธิ์ภาพของวัคซีนแล้ว ราคาและการเก็บรักษา และการขนส่งเพื่อไปให้กับผู้รับบริการ จะมีความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าประสิทธิภาพของวัคซีน

Advertisement

ถ้าวัคซีนต้องเก็บที่ -70 องศาเซลเซียส ความสามารถและการเก็บของประเทศไทยความเป็นไปได้จะน้อยมาก เพราะขณะนี้ที่ศูนย์ใช้ตู้เย็น -70 องศาเซลเซียส เก็บตัวอย่าง ราคาตู้เย็นยังเท่ากับรถยนต์ 1 คันทีเดียว