ศาลเลื่อนตรวจหลักฐานคดี ‘ดร.เซปิง’ ฟ้อง ‘หนุ่ม กรรชัย’-พวก หมิ่นประมาทศัลยกรรมเฟซออฟ

16.11.20 | 13:29 น.
ศาลเลื่อนตรวจหลักฐานคดี ‘ดร.เซปิง’ ฟ้อง ‘หนุ่ม กรรชัย’ กับพวกหมิ่นประมาทศัลยกรรมเฟซออฟ เนื่องจากจำเลยที่ 5 ผู้เสียหายศัลยกรรมไม่มาศาล ส่วนอีกรายอยู่ต่างประเทศ ศาลนัดอีกครั้ง 22 ก.พ.ปีหน้า

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลตรวจพยานหลักฐานและสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อ.1693/2562 ที่ ดร.เซปิง ไชยศาสน์ อายุ 47 ปี ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือหนุ่ม นักแสดงและพิธีกรโทรทัศน์รายการ โหนกระแสทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3, นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ, นางพรทิพย์ เอี่ยมโอภาส, น.ส.ไรวินท์ ลอว์สัน,นางพรรณภัคร ไว, นางพัทธนันท์ อินทร์สะอาด และนางประภาพร เบสดาว ผู้เสียหายศัลยกรรม เป็นจำเลยที่ 1-7 เป็นจำเลย ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งฟ้องเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50 ล้านบาทด้วย

คดีนี้โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 ระบุว่า โจทก์เป็นผู้ก่อตั้งโครงการเฟซออฟบาย ดร.เซปิง ให้คำปรึกษาด้านศัลยกรรม หากใครจะทำก็จะแนะนำให้ไปทำกับโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2562 รายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ออกอาการรายการ “ภาค 2 เฟซออฟเปลี่ยนหน้าคนเป็นหน้าผี” มีนายกรรชัยเป็นพิธีกร เชิญจำเลยอื่นๆ มาร่วมรายการลักษณะพูดถามกันไปมา มีการวางแผนใส่ความโจทก์ แม้ไม่ระบุชื่อโจทก์แต่ใช้เทคนิคตั้งชื่อหัวข้อรายการ เพื่อเชื่อมโยงให้เข้าใจว่าเป็นโจทก์ กับยังเอาข่าวที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงข่าวมาอ้างอิงในรายการ โดยมีเจตนาให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาท เมื่อมีข่าวและมีการออกอากาศรายการออกไป ทำให้แทบไม่มีคนมีใช้บริการโครงการ ดร.เซปิง หรือถูกยกเลิกนัดทั้งหมด ที่โจทก์วางแผนชีวิตทำธุรกิจ และจะลงสมัคร ส.ส. แต่ชื่อเสียงต้องมาจบสิ้น จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา

ในวันนี้ ดร.เซปิง โจทก์พร้อมทนายความมาศาล ขณะที่จำเลยที่ 1, 2, 3, 4, 7 มาศาลพร้อมทนายความ แต่จำเลยที่ 5 และ 6 ไม่มาศาล เมื่อถึงเวลานัด ทนายความจำเลยที่ 5ได้แถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถติดต่อจำเลยที่ 5ได้ ส่วนทนายความจำเลยที่ 6 แถลงว่า ขณะนี้จำเลยที่ 6 ได้เดินทางกลับไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาแล้ว ช่วงนี้ติดสถานการณ์โควิด-19 และจะเดินทางมาได้ประมาณเดือน เม.ย.ปีหน้า จึงขอให้มีสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6 ไว้ชั่วคราว ศาลสอบถามทนายความโจทก์แล้วคัดค้านว่า สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงแล้ว ขณะนี้สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 5 เคยแจ้งที่อยู่ตามทะเบียนบ้านไว้ที่ จ.พิษณุโลก และยังไม่ได้แจ้งย้ายทะเบียนบ้านแต่อย่างใด จึงให้เจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายไปยังที่อยู่ตามทะเบียนบ้านดังกล่าวอีกครั้งและหากไม่มีคนรับก็ให้ปิดหมายไว้ตามขั้นตอน ส่วนจำเลยที่ 6 นั้นศาลเห็นว่าขณะนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลายแล้ว จำเลยที่ 6 สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ ทั้งนี้เนื่องจากจำเลยที่ 5 ไม่มาศาลในวันนี้จึงให้เลื่อนนัดตรวจหลักฐานและสอบคำให้การจำเลยอีกครั้ง ในวันที่ 22 ก.พ.2564 เวลา 09.00 น. และเนื่องจากเป็นคดีที่ราษฎรฟ้องร้องกันเอง จึงให้นำคดีนี้เข้าศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วย

ภายหลัง นายกรรชัย หรือหนุ่ม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงเหตุการณ์ขณะเจอ ดร.เซปิง ในห้องพิจารณา ว่า ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ตนเจอก็ยกมือไหว้ ยืนยันว่ารายการโหนกระแสเป็นกระบอกเสียงให้แก่ประชาชนจริงๆ เราไม่เคยเข้าข้างไหน คนเดือดร้อนมาร้อง ทีมงานก็คัดเลือกเข้ามาพูดคุยกัน ตนก็นั่งสัมภาษณ์เหมือนทุกครั้ง และยินดีให้คู่กรณีเข้ามาชี้แจง ยืนยันว่าตนไม่ได้หมิ่นประมาท ไม่เคยเกลียดชังหรือรู้จัก ดร.เซปิง จะไปหมิ่นประมาททำไม บริบทเนื้อรายการในวันนั้นมีคำพูดไหนที่นอกกรอบไปหมิ่นประมาทหรือเปล่า ตนมั่นใจว่าไม่มี การไกล่เกลี่ยก็แล้วแต่ทาง ดร.เซปิง ยังไงก็ได้ ตนก็ไม่ชอบค้าความ ถ้าต้องการจะคุยก็แจ้งมาตนก็คุย และถ้าตนผิดจริงพร้อมยกมือขอโทษทุกคนอยู่แล้ว แต่อะไรที่เราไม่ผิดก็ยืนยันว่าไม่ผิด เราเปิดโอกาสให้ ดร.เซปิง มาออกรายการนานแล้ว ตั้งแต่วันที่คู่กรณีมาออกรายการ เราขอเชิญมาออกจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ตอนนั้นติดต่อมาจะออกรายการก็โอเค แต่ผ่านไปแค่ 2 วัน ก็มาฟ้องเลย ตนก็งงอยู่ไม่รู้จะทำอย่างไร

Advertisement

ขณะที่ช่วงเช้าก่อนเข้าห้องพิจารณา น.ส.เซปิง ไชยศาส์น เจ้าของสถานพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งย่านทาวน์อินทาวน์ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกมั่นใจในพยานหลักฐานทั้งหมด และตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตนถูกทำลายชื่อเสียง ไม่มีความสุข และไม่เคยเห็นหน้าจำเลยทั้ง 7 คน วันนี้จึงอยากเห็นสีหน้า แววตา ความรู้สึก และอยากเห็นการสำนึกว่าการที่ทำร้ายผู้อื่นไปแล้ว ยอมมีความสำนึกอยู่ในใจ ซึ่งการพึ่งอำนาจศาลครั้งนี้ มั่นใจว่าความยุติธรรมมีจริง และสังคมต้องได้รู้ข้อเท็จจริง แต่ถ้าจำเลยจะเจรจาไกล่เกลี่ย ต้องขอพิจารณาก่อนว่าจำเลยมีความสำนึกผิดหรือไม่ หากสำนึกผิดก็พร้อมที่จะให้อภัย โดยต้องขอโทษผ่านสื่อ เพราะตนเองถูกกระทำผ่านสื่อ

ด้านนายจำนงค์ ชัยมงคล ทนายความ ดร.เซปิงกล่าวว่า วันนี้เป็นวันนัดพร้อมคู่ความครั้งแรก จะนัดตรวจหลักฐานรวมถึงจะมีการพิจารณานัดวันสืบพยาน ซึ่งฝั่งโจทก์ได้เบิกความในชั้นไต่สวนไปมากแล้ว ส่วนหลักฐานในทางของกฎหมายมีความมั่นใจ เพราะตรวจสอบแล้วพบว่ามีการพูดในรายการจริง และคำพูดเป็นลักษณะของการใส่ความ หากเป็นเรื่องของการทำดีหรือไม่ดี ทำไม่พูดกันข้างนอก แต่กลับพูดออกรายการให้ประชาชนรับรู้ และข้อเท็จจริงที่นำเสนอออกไปยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่าจริงหรือเท็จ แต่ถึงข้อมูลของจำเลยจะเป็นข้อเท็จจริง ก็ยังถือว่าเป็นการหมิ่นประมาท นอกจากนี้ ยังมีการฟ้องคดีแพ่งโดย น.ส.เซปิง ได้เรียกค่าเสียหายกว่า 50 ล้านบาท