จากกรณีทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา ออกมาแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปอย่าได้เข้ารับบริการในร้านฟอกสีฟันที่มีการโฆษณากันทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆนี้ มีดารานักแสดง 2 ราย เปิดร้านฟอกสีฟัน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากการฟอกฟันขาวต้องทำโดยทันตแพทย์
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า หลังจากได้รับการประสานจากทันตแพทยสภา เกี่ยวกับมีดารานักแสดงเปิดร้านรับฟอกสีฟันในย่านสยามสแควร์ ซอย 5 ทาง สบส. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบคลินิกดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่าคลินิกได้ปิดร้านชั่วคราว จึงทำให้เข้าไปตรวจสอบไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้มอบให้กองประกอบโรคศิลปะ สบส.ไปตรวจสอบว่า เจ้าของเป็นใคร หากจะเปิดคลินิกต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพ คือ ทันตแพทย์ประจำคลินิก
“จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นคลินิกที่ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ มีผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการที่ถูกต้องตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 แต่ผู้ประกอบวิชาชีพ ซึ่งต้องเป็นทันตแพทย์กลับพบว่า ไม่ใช่ ซึ่งถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย และทางสบส.จะเรียกทั้งเจ้าของ และผู้ดำเนินการมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยจะทำหนังสือไปแจ้งไปยังเจ้าของภายใน 1-2 วันนี้ ” น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว และว่า ปัจจุบันทั่วประเทศมีสถานพยาบาลทันตกรรมที่ได้รับอนุญาตจำนวน 4,272 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในกทม. 1,496 แห่ง
น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ขอเรียนว่าในการขออนุญาตเปิดสถานพยาบาลด้านทันตกรรมนั้น ประชาชนทุกคนรวมถึงดารานักแสดงสามารถขออนุญาตเป็นเจ้าของกิจการได้ แต่ต้องมีผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งจะต้องเป็นทันตแพทย์ และมีใบประกอบโรคศิลปะเท่านั้น เนื่องจากเป็นเรื่องของการรักษาพยาบาล ดำเนินการกับชีวิตของผู้ป่วย ต้องควบคุมมาตรฐานทุกด้านทั้งการรักษา การใช้เครื่องมือต่างๆในการให้บริการอย่างปลอดภัย เป็นไปตามกฎหมายคือพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ. 2541 หากไม่มีการขออนุญาต และเปิดให้บริการโดยใช้ผู้ที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ จะเข้าข่ายเป็นสถานพยาบาลเถื่อน ทันตแพทย์เถื่อนทันทีและมีโทษตามที่กล่าวมา
ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า โดยขั้นตอนจะต้องเรียก 1.ผู้ประกอบกิจการหรือเจ้าของ และ2.ผู้ดำเนินการของคลินิกมาให้ข้อมูลว่า มีการดำเนินการอย่างไร ถูกต้องตามหลักกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากการให้บริการจะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ คือ ทันตแพทย์ หากพบว่าไม่ใช่ จะเข้าข่ายเป็นหมอเถื่อน และความผิดจะมี 2 ข้อกล่าวหา คือ กรณีผู้ดำเนินการคลินิกปล่อยปละละเลยให้มีผู้ประกอบวิชาชีพที่ไม่ใช่ทันตแพทย์ มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้ให้บริการทันตกรรม หากไม่ใช่ทันตแพทย์ ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ถือว่าเป็นหมอเถื่อน มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดจะต้องรอผู้ประกอบการ และผู้ดำเนินการมาให้ข้อมูลก่อน
ทพ.อาคม กล่าวอีกว่า ขณะนี้การฟอกสีฟันกำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น ดารานักแสดง เพราะเชื่อว่าทำให้ฟันขาวสวย เสริมบุคลิกใบหน้าโดดเด่นขึ้น โดยสารฟอกสีฟันจะแทรกซึมผ่านเคลือบฟัน เพื่อขจัดเม็ดสีในชั้นเนื้อฟัน สีจะค่อยๆจางลง ฟันขาวขึ้น หลังฟอกจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 ปี จากนั้นสีของฟันก็จะเกิดขึ้นใหม่อีก น้ำยาที่นิยมใช้มี 2 ชนิด คือไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) และ คาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide)ไปทำปฏิกิริยากับสารที่มีภายในฟัน ทำให้สีที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันหลุดออกมา จึงทำให้สีอ่อนลงโดยไม่มีผลต่อโครงสร้างของฟัน โดยการฟอกต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ผู้ที่จะฟอกสีฟันควรมีอายุไม่ต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งฟันแท้ขึ้นครบแล้ว
ทพ.อาคม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการฟอกสี จะมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นการใช้แสงยูวี (Ultra Violet :UV) แสงสีม่วง ซึ่งมีความยาวคลื่น 320 นาโนเมตรมาใช้ระหว่างดำเนินการฟอกด้วย เพื่อช่วยให้สารเคมีทำปฏิกิริยากับเนื้อฟันดีขึ้น โดยต้องควบคุมการใช้โดยทันตแพทย์เช่นกัน ในการฟอกสีฟันนั้นมีข้อระมัดระวัง โดยสารเคมีที่ใช้ฟอกจะต้องมีความเข้มข้นประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ หากทำไม่ถูกวิธีสารเคมีอาจทำลายเนื้อเยื่อรอบฟัน เหงือกอักเสบ น้ำยาจะกัดผิวเคลือบฟัน ทำให้เกิดอาการเสียวฟัน เนื้อฟันถูกทำลาย ทำให้ฟันสึกกร่อน ฟันบางลง แตกหักง่าย
“ขอความร่วมมือประชาชน หากจะเข้าใช้บริการที่คลินิกทันตกรรม ขอให้ดูหลักฐานสำคัญ หากถูกต้องกฎหมายจะต้องติดใบขออนุญาตเปิดคลินิกจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และติดหลักฐานทันตแพทย์ที่เป็นผู้ดำเนินการ มีใบประกอบวิชาชีพ พร้อมรูปถ่ายที่ตรงกับตัวจริงที่ให้บริการ หากไม่มีขอให้สงสัยว่าอาจเป็นคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ขอให้แจ้งที่สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ หมายเลข 02-193-7999 และที่สารวัตรออนไลน์ เฟซบุ๊กสถานพยาบาลเถื่อน เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาสร้างความปลอดภัยแก่สังคมไทยทุกพื้นที่” ทพ.อาคม กล่าว

