นักธุรกิจน้ำเข้ารถยนต์ร้องถอนตั๋วทนาย’สงกานต์’ หลังโดนกล่าวหาพัวพัน’หญิงไก่’

10.08.16 | 14:16 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 สิงหาคม ที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายโยธิน ยุงพงศ์ฉาย นักธุรกิจนำเข้ารถยนต์และน้ำมันเตา พร้อมนายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย เดินทางนำหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการมรรยาท สภาทนายความ เพื่อเอาผิดทางจริยธรรมและขอให้เพิกถอนใบอนุญาตทนายความ ของนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กับพวก กรณีถูกพาดพิงให้เกี่ยวข้องกับขบวนการนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ผู้ต้องหาในความผิดตามป.อาญา มาตรา 112 ฐานอ้างเบื้องสูงและคดีค้ามนุษย์

นายโยธินกล่าวหาว่า นายสงกานต์กระทำผิดมรรยาททนายความ ตามหมวดที่ 3 เรื่องมรรยาทต่อตัวความข้อที่ 9 ของ พ.ร.บ.ทนายความ จากกรณีนายสงกานต์เปิดเผยเกี่ยวกับการจับกุมนางมณตา แล้วมีการพา น.ส.สายใย เอี่ยมภูมิ กับพระสมุห์ชวลิต ที่ไปแถลงข่าวพาดพิงถึงตน ทำให้เกิดความเสียหาย โดยหนังสือร้องเรียนมีใจความว่านายสงกานต์นำข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จใส่ร้ายพระครูปลัดสุรสิทธิ์ สีลคุโณ ว่ามีการเรียกรับเงินจาก น.ส.สายใย 2.8 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะขอเครื่องราชฯให้ น.ส.สายใยได้ โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีกับพระครูปลัดสุรสิทธิ์ กับพวกฐานหมิ่นเบื้องสูง ตาม ป.อาญา มาตรา 112 และในการแถลงข่าวดังกล่าวได้นำรูปถ่ายที่มีตน ออกมาแสดงต่อสื่อมวลชนว่าเป็นคนขับรถยนต์สีเหลือง ทะเบียน ศณ 6869 กรุงเทพมหานคร นำขบวนนางมณตา เป็นการใส่ร้ายตนเนื่องจากนางมณตา ถูกดำเนินคดีหลายคดี และตนไม่รู้จักกับนางมณตา แต่ทราบว่านางมณตาเคยมาทำบุญที่วัดยี่ป่า จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2558 โดยตนเคยไปวัดยี่ป่า เมื่อปลายปี 2552-2553 แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

นายโยธินกล่าวต่อว่า นายสงกานต์กลับแต่งเรื่องราวอันเป็นเท็จทำนองว่าตนเป็นคนขับรถให้กับนางมณตา และเหตุการณ์ต่างๆ มาผูกรวมกันจนถูกโยงว่าเป็นขบวนการเดียวกับนางมณตา จนเป็นเหตุทำให้ น.ส.สายใย เอาเรื่องราวอันเป็นเท็จดังกล่าวมาดำเนินคดีพระครูปลัดสุรสิทธิ์และตน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ส่งผลกระทบต่อตนเองอย่างมาก เช่น ประเด็นเอารถมาดัดแปลงให้คล้ายกับรถที่ใช้ในวัง และติดไซเรน

ด้านนายวรกรกล่าวว่า การนำหลักฐานเข้าร้องต่อสภาทนายความ เพื่อตรวจสอบจริยธรรมนายสงกานต์ ไม่ใช่การทำลายความน่าเชื่อถือของนายสงกานต์ เนื่องจากหลักฐานหรือข้อมูลที่นำมาดำเนินคดีกับนายโยธินเป็นเท็จทั้งหมด มีการนำเรื่องมาผูกกัน จนเกิดความเสียหาย จึงเป็นความผิด ตามมาตรา 9 ถึงขั้นปลดจากการเป็นทนายความ จึงเตรียมนำหลักฐานแจ้งดำเนินคดีกับทนายสงกานต์ ฐานแจ้งความเท็จ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สภาทนายความได้รับเรื่องไว้เพื่อเสนอสำนักงานประธานคณะกรรมการมรรยาทพิจารณาต่อไป

Advertisement

ด้านนายสงกานต์ให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวทำตามหลักฐานที่ปรากฏ และไม่เคยเอ่ยนามของบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าการที่บุคคลเข้าร้องเรียนต่อสภาทนายความ เพียงเพราะต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของตน และเชื่อว่าไม่กระทบกับคดีนางไก่ เนื่องจากได้มอบหลักฐานให้ บก.ป.ไปหมดแล้ว ขณะเดียวกันเตรียมดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป