ปส.แถลงจับยาเสพติด 14คดี ยึดยาบ้า 7.9 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์หลายล้านบาท

19.11.20 | 13:33 น.

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส.ร่วมแถลงการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 14 คดี ผู้ต้องหา 28 คน พร้อมของกลางรวม ยาบ้า 7,990,000 เม็ด ,ไอซ์ 840 กิโลกรัม ,เคตามีน 250 กิโลกรัม ,กัญชา 700 กิโลกรัม ,ยาอี 50 เม็ด ที่ชั้น 2 ห้องประชุมพรหมนอก กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพ โดยมีคดีที่น่าสนใจทั้งสิ้น 4 คดี ดังนี้


พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า คดีที่ 1 บก.ปส.2 ร่วมกันจับกุม นายอนุพันธ์ เปี่ยมฟ้า อายุ 19 ปี นายมนต์ชัย เปลี่ยนน้อย อายุ 44 ปี พร้อมของกลางกัญชา 704 กิโลกรัม รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว 1 คัน โดยจับกุมได้ที่ภายในปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ กม.2 ถนนเจริญเมือง ต.ดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร หลังรับแจ้งว่ามีผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดใน จ.ราชบุรี รับยามาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านติดชายแดนไทย-สปป.ลาว ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ ภาคกลาง, ภาคใต้ โดยใช้เส้นทางการลำเลียงจาก จ.นครพนม – จ.สกลนคร – จ.กาฬสินธุ์ – จ.ขอนแก่น – จ.นครราชสีมา เข้าสู่พื้นที่ชั้นในส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งพบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาขับขี่รถยนต์ผ่านเส้นทางอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่แนวชายแดนไทย – สปป.ลาว จึงได้ดำเนินการสืบสวนติดตามพฤติการณ์จนกระทั่ง สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง กัญชาน้ำหนัก 704 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในกระสอบปุ๋ย แล้วห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ พันทับด้วยเทปใส บรรจุใส่กระสอบปุ๋ย สีขาว 16 กระสอบ จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน ในข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนขยายผลและยึดทรัพย์ต่อไป

คดีที่ 2บก.ปส.2,ภ.จว.นครพนม ได้ร่วมกันจับกุมนายธนัทภัทร หรือ เอ็ม หรือ พี ตาลเจริญ อายุ 27 ปี นายคมสรรค์ โพธิโสโนทัย อายุ 28 ปี นายวุฒิพงศ์ สุราฤทธิ์ อายุ 41 ปี และ นายนิรันดร์ ทองกัลยา อายุ 33 ปี พร้อมของกลางเมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์ 14 กระสอบ 455 กิโลกรัม ยาอี 50 เม็ด ซึ่งตรวจยึดเพิ่มเติมในห้องพักเลขที่ 3307 ชั้นที่ 3 อาคาร PKLD 3 ซ.ประชาสงเคราะห์ 27 แขวงดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพฯ , รถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีดำ จำนวน 1 คัน  รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซิตี้ สีขาว จำนวน 1 คัน , รถยนต์ยี่ห้อ มาสด้า  สีดำ จำนวน 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ยี่ห้อ เอชอาร์วี จำนวน 1 คัน, อาวุธปืนสั้น ออโตเมติก 1 กระบอก, ซองกระสุน จำนวน 1 อัน ,เครื่องกระสุน ขนาด 380 super จำนวน 9 นัด ,ซองปืนหนังสัตว์ แบบพก จำนวน 1 ซอง ,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง ,แท๊ปเล็ต Galaxy tab a จำนวน 1 เครื่อง

Advertisement

พล.ต.ท.ชินภัทร เผยว่า ตำรวจได้จับกุม นายคมสรรค์ และนายวุฒิพงษ์ ได้ที่บริเวณริมถนนมิตรภาพ หลัก กม.ที่ 267+300 ต.หนองแวงนางเบ้า อ.พล จ.ขอนแก่น ก่อนตรวจยึดรถยนต์ของผู้ต้องหาได้ที่ ชวนชม รีสอร์ท จ.ขอนแก่น และขยายผลจับกุมนายนิรันดร์ พร้อมรถยนต์ได้ที่บริเวณลานจอดรถปั๊มน้ำมัน ปตท. หลัก กม. 100 ถนนพหลโยธิน ขาเข้า ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี และจับกุมนายธนัทภัทร ได้ที่บริเวณล็อปบี้ โรงแรม R2 Hotel เลขที่ 234 ต.ท่าค้อ  อ.เมือง จ.นครพนม

พล.ต.ท.ชินภัทร เผยว่า ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด เป็นกลุ่มของนายคมสรรค์พร้อมกันกับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีภูมิลำเนาใน จ.ราชบุรี  มีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบ ขนส่งลำเลียงยาเสพติด โดยใช้เส้นทางการลำเลียงจาก ชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ ฝ อ.ท่าอุเทน – อ.ศรีสงคราม – จ.นครพนม เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ในพื้นที่ จ.ปัตตานี จนกระทั่ง ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ไอซ์ 455 กิโลกรัม ทั้งนี้ขณะตรวจค้น นายวุฒิพงษ์ได้พยายามจะขับรถหลบหนีโดยใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ และขับรถพุ่งชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ทำให้รถยนต์ของทางราชการเสียหาย จำนวน 3 คัน และตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และในการจับกุมครั้งนี้ ได้มีผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย หลบหนีการจับกุมไปได้ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อกล่าวหานายคมสรรค์เพิ่มเติมคือพกพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต” ก่อนคุมตัวและยึดทรัพย์ที่ จ.ราชบุรี ต่อไป

คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 15 พ.ย. บก.สกส.บช.ปส ,บก.ปส.3 บช.ปส.,ภ.จ.นครสวรรค์ ,ภ.จ.กำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ร่วมจับกุม นายนู่ฮั้ว ฟรือหนู แซ่ม้า อายุ 33 ปี, นายวทัญญู หรือจ้ง แซ่ซ้ง อายุ 28 ปี ,นายนิบุณ หรือ ไอซ์ ทรงสวัสดิ์วงศ์ อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.ตาก พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (แอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 19 กระสอบ รวม 2,100 มัด หรือ 4,200,000 เม็ด , รถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า สีเทา 1 คัน รถยนต์ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีดำ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ ปั๊มน้ำมันพีที สาขานครสวรรค์ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ และ บริเวณริมถนน ด้านหน้าหน่วยบริการประชาชนหนองแดง หมู่ที่ 2 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร

พล.ต.ท.ชินภัทร เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับ ว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดกลุ่มชนชาวเขาเผ่าม้ง มีภูมิลำเนาอยู่ จ.ตาก ทราบชื่อ คือ นายนู่ฮั้ว,นายวทัญญู และนายนิบุณ ซึ่งทั้งหมดมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นญาติกัน โดยร่วมกันรับจ้างขนส่งลำเลียงยาเสพติดจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างอยู่เป็นประจำ โดยจะใช้เส้นทางการลำเลียงจาก จ.เชียงราย – จ.พะเยา – จ.ลำปาง – จ.สุโขทัย – จ.กำแพงเพชร – จ.นครสวรรค์ – จ.ชัยนาท เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน เมื่อเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวกลุ่มดังกล่าวจึงสามารถจับกุม นายนู่ฮั้วได้ที่ริมถนนด้านหน้าหน่วยบริการประชาชนหนองแดน จ.กำแพงเพชร ก่อนจะจับนายวทัญญู และนายนิบุณ ได้ที่บริเวณปั๊มน้ำมันพีที จ.นครสวรรค์  พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวนประมาณ 4,200,000 เม็ด จึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (แอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมายและขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่าย ก่อนยึดทรัพย์สินต่อไป

และคดีสุดท้าย คดีที่ 4 เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ตำรวจ กก.2,กก.3 บก.ปส.2 ได้ร่วมกันตรวจยึดยาเสพติด จำนวน 4 รายการ คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนัก 370 กิโลกรัม ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) 400,000 เม็ด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) 250 กิโลกรัม รถยนต์ จำนวน 1 คัน โดยสามารถตรวจยึดได้ ภายในไร่อ้อยติดถนนท้ายหมู่บ้านหนองบัว หมู่ที่ 1  ต.บึงสำโรง อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้ร่วมกันสืบสวนทราบว่า เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดจะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเขต จ.หนองคาย เข้าไปส่งให้กับกลุ่มผู้ค้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยใช้รถยนต์เป็นพาหนะจำนวน 1 คันในการลำเลียง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาและร่วมกันเฝ้าตามเส้นทางเพื่อสกัดจับ กระทั่งในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ พบรถยนต์เป้าหมายขับผ่านเข้ามาพื้นที่ จ.นครราชสีมา จึงเข้าสกัดกั้นเพื่อทำการตรวจค้นจับกุม เมื่อถึงที่เกิดเหตุคนขับได้จอดรถแล้ววิ่งหลบหนีไป เมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์พบยาเสพติดของกลางซุกซ่อนอยู่ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสอบ บก.ปส.2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จะได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินการต่อไป