ศกพ. แจงอากาศขมุกขมัวปกคลุมพัทยาเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
ตามที่เป็นข่าวในพื้นที่ภาคตะวันออกบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยพบกลุ่มหมอกควันหนา จนทำให้ประชาชนเกิดความกังวลว่าเป็น ฝุ่น PM2.5 ที่มีปริมาณสูงมากปกคลุมพื้นที่นั้น
กรมควบคุมมลพิศ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยการติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลโดยศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) พบว่าในช่วงนี้ มวลอากาศเย็นแผ่มาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ปะทะกับมวลอากาศร้อนจากมรสุมทางใต้ที่ปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ร่วมกับความชื้นสูงในพื้นที่ชายทะเลโดยเฉพาะพัทยา ซึ่งเมื่อ วันที่ 20 พฤศจิกายน มีค่าความชื้นสัมพันธ์สูงถึง 70-90% ซึ่งผิดวิสัยของฤดูหนาวที่อากาศจะค่อนข้างแห้ง ทำให้มีลักษณะคล้ายหมอกปกคลุมบริเวณกว้างและทัศนวิสัยขมุกขมัว บางครั้งทำให้เข้าใจผิดคิดว่าฝุ่นปกคลุมหนาแน่น แต่เมื่ออากาศในพื้นดินร้อนมากขึ้นจะทำให้สภาพหมอกดังกล่าวหายไป ปรากฎการณ์ลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้อีก เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
สำหรับการตรวจวัดปริมาณPM 2.5 นั้น หากเป็นเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพา อาจจะมีโอกาสเห็นค่าคุณภาพอากาศที่ค่อนข้างเกินจริงได้ เนื่องจากเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบพกพาอาจอ่านค่าไอน้ำเป็นค่าฝุ่นได้ และไม่มีระบบกำจัดความชื้นออกจากตัวอย่างอากาศก่อนอ่านค่า ทำให้ค่าฝุ่นที่อ่านได้ในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงมีค่าสูงกว่าการตรวจวัดด้วยวิธีตามที่มาตรฐานกำหนด
อย่างไรก็ดี กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนยอดดอยและยอดภู มีอากาศเย็นถึงหนาว ในขณะที่มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม สำหรับอ่าวไทยและภาคใต้มีคลื่นกระแสลมตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมทำให้ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกในระยะนี้

