กรมธรณีเฉลยแล้ว หินประหลาดบึงสามพัน ที่แท้คือ แร่ควอตซ์
กรณีสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆเสนอชาวบ้านหมู่ 9 บ้านโคกสะอาด ตำบลกันจุ อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ขุดสระ พบก้อนหินประหลาดโปร่งแสง มีผลึก ผิวมีความมันวาว สะท้อนแสง นั้น
วันที่ 21 พฤศจิกายน กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติแบละสิ่งแวดล้อม(ทส.) ชี้แจงว่า หินที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น แท้จริงแล้ว คือ แร่ควอตซ์ ที่มีซิลิก้า (SiO2) เป็นองค์ประกอบหลัก โดยธรรมชาติจะมีสีขาวโปร่งแสงและใสเหมือนกระจก หากเป็นผลึกจะเรียกว่าหินเขี้ยวหนุมาน ในธรรมชาติแร่ควอตซ์มีหลายสีหากมีม่วงเรียก Amethyst สีเหลืองเรียก Citrine เป็นต้น
คุณสมบัติของแร่ควอตซ์ มีความคงทนต่อการถูกทำลายสูง มีความแข็งเท่ากับ 7 (เพชรความแข็งเท่ากับ 10) ในธรรมชาติเมื่อแร่ควอตซ์ผุพัง ถูกกัดเซาะทำลาย จะแตกสลายเป็นเม็ดกรวด ทราย ปะปนอยู่ในดินทั่วไป สันทรายหรือชายหาด
สำหรับประเด็นที่ข่าวนำเสนอว่า ขณะที่รถแบคโฮกำลังขุดอยู่ มีแสงประหลาดพุ่งสะท้อนขึ้นมานั้น เป็นไปได้ว่าเกิดจากการกระทบของเล็บบุ้งกี๋แบคโฮกับแร่ควอตซ์ซึ่งแข็งกว่า ทำให้เกิดประกายไฟ
ประโยชน์ของแร่ควอตซ์ นำมาถลุงในอุตสาหกรรมแก้วกระจก ขวดน้ำ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ทรายแก้วที่ได้จากการผุพังและสะสมตัวของแร่ควอตซ์ สำหรับควอตซ์ที่บริสุทธิ์ นำมาใช้ทำเส้นใยไฟเบอร์ออพติค และไมโครชิพสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือนำมาถลุงได้ธาตุซิลิคอน (Si) ซึ่งนำธาตุโลหะซิลิคอนมาผลิตเซลล์แสงอาทิตย์

