เอ๊ะยังไง? ของกลางยาเคล็อตใหญ่สุดใน ปท. บางส่วนจกตา เป็นโซเดียมฟอสเฟต
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นำผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบห้องเก็บของกลาง ซึ่งระบุในเบื้องต้นว่าเป็นยาเค 11.5 ตัน ที่ตรวจยึดได้ในโกดังแห่งหนึ่งใน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งข้อสงสัยว่าของกลางดังกล่าวหายไปไหน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “สมศักดิ์” เผย ป.ป.ส.บุกจับยาเคครั้งใหญ่ที่สุดในปท.กว่า 11.5 ตัน มูลค่า 28,750 ล้านบาท
นายวิชัยกล่าวว่า ของกลางถูกเก็บไว้ที่สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 พื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด สามารถเข้า-ออกได้เพียง 2 คน ยืนยันว่าในวันตรวจยึดพบของกลางทั้งหมด 475 กระสอบ จำนวนนี้มี 66 กระสอบ ที่เปิดไว้อยู่แล้ว จึงนำตัวอย่างสุ่มตรวจด้วยน้ำยาทดสอบ ปรากฏว่าเป็นสารสีม่วงที่ตรงกับยาเสพติด จึงตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นไว้ก่อนว่าเป็นยาเค
แต่หลังจากนำเข้าส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด พบว่าสารที่พบในโกดังไม่ใช่ยาเค แต่เป็นโซเดียมฟอสเฟต หรือสารที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอาหารและยา หลังจากนี้ ป.ป.ส.จะเข้มงวดตรวจบริษัทเคมีภัณฑ์ที่นำเข้าสารชนิดนี้เข้ามาในประเทศไทย เพื่อป้องกันการสั่งมานำไปใช้ซุกซ่อนขนส่งยาเสพติด

“แม้ของกลางที่พบจากการตรวจสอบ 66 กระสอบ ไม่ใช่ยาเค แต่อีก 400 กว่ากระสอบ ยังไม่ได้ตรวจสอบ ซึ่ง ป.ป.ส.เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบร่วมกันภายในไม่เกินสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันยังไม่สามารถบอกได้ว่าหลังตรวจสอบเสร็จสิ้นครบทั้ง 400 กว่ากระสอบจะมียาเคซุกซ่อนอยู่ภายในหรือไม่ เนื่องจากกระสอบของกลางที่พบคาดเป็นของที่ถูกนำมาใช้บรรจุยาเคไว้ภายใน เพื่ออำพรางขนย้ายตบตาเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของทางการประเทศปลายทาง ที่จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดยาเคได้ 300 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา เพราะทั้งบรรจุภัณฑ์และที่มามาจากต้นทางเดียวกันคือประเทศไทย” นายวิชัยกล่าว
นายวิชัยกล่าวว่า แม้จะยังไม่พบสารซึ่งเป็นยาเค แต่ยืนยันว่าสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เพราะความผิดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นความผิดระหว่างประเทศ โดยในวันที่ 23 พฤศจิกายน ป.ป.ส.จะไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บช.ปส. แต่เนื่องจากเป็นคดีระหว่างประเทศ ทำให้อำนาจการสอบสวนเป็นของอัยการสูงสุด
“ก่อนหน้านี้ได้เสนอข่าวไปว่ามีการจับเคได้ล็อตใหญ่ แต่เมื่อผลการตรวจสอบกลับไม่ใช่ยาเค ป.ป.ส.ยืนยันว่าทำทุกอย่างตามความเป็นจริง ที่ผ่านมาได้เร่งดำเนินการมาโดยตลอด” นายวิชัยกล่าว


