“พญาเสือ”ผงะพบรุกป่ากว่า 100 ไร่ติดที่ทำการอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ชาวบ้านอ้างมี น.ส.3 ก.เป็นที่ดินทำนามาก่อน อีกรายอ้างครอบครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย.41 แต่รับเหมาขุดดิน-หินขายพื้นที่ป่าเสียหายยับ
เมื่อวันที่ 10 ส.ค.นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ชุดพญาเสือ ร่วมกับสำนักป้องป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เจ้าหน้าที่ทหารและ ตำรวจ เป็นต้น ร่วมปฏิบัติการภารกิจทวงคืนผืนป่าอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยได้เข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ในเขตอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เบื้องต้นได้เข้าตรวจสอบพื้นที่แปลงถือครองตามมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 จำนวน 4 แปลง เนื้อที่รวม 50-1-25 ไร่ โดยเป็นของผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่งในท้องที่ ต.อ่าวนาง อ.เมือง ได้ยื่นรายชื่อว่าตนครอบครองพื้นที่ดังกล่าวโดยระบุว่ามีการปลูกยางพาราระหว่างรอพิสูจน์สิทธิ์ครอบครองตามมติ ครม. แต่ผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวได้มีการขุดดินลูกรัง และหินในพื้นที่ขายมาหลายปีในลักษณะผู้รับเหมามีการขุดพื้นที่แล้วกว่า 90 % โดยไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งการดำเนินการนี้เจ้าหน้าที่รัฐน่าจะมีส่วนรู้เห็น โดยคณะเจ้าหน้าที่ที่เข้าดำเนินการได้ตรวจยึดของกลางที่ใช้ในการขุดดินและหิน ประกอบด้วย รถแบล็กโฮ และสมุดจดเที่ยวดินตามคำสั่งซื้อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาฐานต่อ สภ.อ่าวนาง ในฐานความผิดตามมาตรา 54 พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 14 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 และมาตรา 16 พ.ร.บ.อุทยานฯ 2504 ในเรื่องการบุกรุกแผ้วถาง ยึดถือครอบครองเปลี่ยนแปลงทางน้ำ และเข้าดำเนินการใดๆ เพื่อหาประโยชน์ภายในเขตอุทยานฯ และความผิดตามมาตรา 97 พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ 2535 เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อรัฐต่อไป
นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกของราษฎรเนื้อที่รวม 100 ไร่ พบมีการเผาทำลายป่า ทำไม้ แปรรูปไม้โดยไม้ดังกล่าวเพิ่งถูกตัดโค่นก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบไม่นาน ซึ่งสภาพพื้นที่เป็นป่าชายหาดที่สมบูรณ์มีต้นเสม็ดขาว เสม็ดแดง อายุเกือบ 100 ปี มีการเข้าไปปักหลักที่ดินเพื่อทำการจับจองแสดงความเป็นเจ้าของหลายราย โดยเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานที่ดิน จ.กระบี่เพื่อขอเอกสารหลักฐานการครอบครองพื้นที่ในบริเวณดังกล่าว เพื่อนำมาแจ้งข้อกล่าวหาทุกราย ยกเว้นแปลงที่มีร่องรอยการทำกินมาก่อน ทั้งนี้มีราษฎรนำเอกสารหลักฐานมาแสดงโดยเป็น น.ส. 3 ก. อ้างว่าที่ดินได้มาก่อนการประกาศเขตป่าโดยเป็นที่ดินทำนามาก่อน ซึ่งเป็นเรื่องแปลกที่จะมีการทำนาบริเวณป่าชายหาด โดยเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ทั้ง 2 จุดที่ได้เข้าตรวจสอบอยู่ติดที่ทำการอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ทั้งนี้เมื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว และจะส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ท. เพื่อส่งต่อไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อตรวจสอบที่มาและอายัดทรัพย์สินผู้เกี่ยวข้องต่อไป


