ตามทีทันตแพทยสภาเปิดเผยข้อมูลและได้ประสานไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กรณีร้านฟอกสีฟัน บริเวณสยามสแควร์ ซอย 5 ซึ่งพบว่ามีดาราเป็นเจ้าของ อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่มีทันตแพทยให้บริการ กระทั่งสบส.ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พบว่าแม้คลินิกจะขออนุญาตถูกต้อง แต่ผู้ให้บริการอาจไม่ใช่ทันตแพทย์นั้น
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ เลขาธิการทันตแพทยสภา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา นายชลัช ปุณยาฤทธิ์ ดารานักแสดงและหุ้นส่วนร้านฟอกสีฟันที่ถูกตรวจสอบ ได้เข้ามาหารือและยอมรับว่า ไม่ทราบเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากเข้าใจว่าจะสามารถทำได้เหมือนในต่างประเทศ จึงไปซื้อน้ำยาฟอกสีฟันมาและมาตกแต่งร้านเพื่อให้บริการดังกล่าว แต่เมื่อทราบข่าวทางนายชลัช จึงพร้อมยอมรับ และขณะนี้ได้ปิดร้านเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ส่วนที่มีความผิดในแง่พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 หรือไม่นั้น ก็อยู่ที่สบส.จะดำเนินการต่อไป
นายชลัช กล่าวว่า ได้เข้าชี้แจงและรับทราบข้อบังคับต่างๆตามกฎหมายของไทย อีกทั้งได้รับปากกับเลขาธิการทันตแพทยสภาที่จะกลับไปปรับปรุงกิจการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยขณะนี้ต้องปิดปรับปรุงร้านก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำยาฟอกสีฟัน ได้ยื่นขอรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ก่อนนำมาจำหน่ายแล้ว โดยผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา( อย.) เรียบร้อย และมีทันตแพทย์ควบคุมอยู่แล้ว แต่เรื่องขอบเขตของทันตแพทย์อาจจะมีผิดบ้าง เพราะต้องให้มาอยู่ในโซนเดียวกันระหว่างโซนฟอกฟันกับโซนทันตกรรม แต่ได้แยกโซนฟอกฟันออกมาให้ดูสบายตา ดูผ่อนคลายขึ้นเท่านั้นเอง ทั้งนี้ เมื่อผิดก็พร้อมจะปรับปรุง

ขอบคุณภาพจาก IG : gun_shalaj
วันเดียวกัน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมายคลินิกฟอกสีฟันย่านสยามสแควร์ที่ไม่มี ทันตแพทย์ว่า ได้ให้สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ทำหนังสือเรียกเจ้าของคลินิกฟันที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิกฟอกสีฟันที่เป็นข่าว เพื่อให้ข้อมูลว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ หากมีความเกี่ยวข้องกันคือเป็นการขยายหรือเพิ่มเติมบริการจากที่เคยได้รับอนุญาตจาก สบส.มาแล้วก็จะต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.สถานพยาบาลพ.ศ. 2541 คือต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากสบส.ก่อนทุกครั้ง ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท และโดยทั่วไปหากไม่เกี่ยวข้องกันก็แสดงว่าคลินิกฟอกสีฟันที่เป็นข่าวเป็นคลินิกที่ฝ่าฝืนพ.ร.บ.สถานพยาบาลพ.ศ. 2541 ไม่มีการขออนุญาตเปิดดำเนินการและไม่มีทันตแพทย์เป็นผู้ดำเนินการให้บริการแก่ประชาชน มีโทษ 2 กระทงได้แก่ ทำฟันโดยไม่ใช่ทันตแพทย์ ไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเปิดร้านทำฟันโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

