เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสารนิเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “Pokemon Go จะพาสังคมไทยไปไหน”
ผศ.ดร.วิษณุ โคตรจรัส นักวิชาการด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และหัวหน้าแล็บวิจัยเกม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีที่ใช้ทำเกมโปเกมอน โก นั้น เป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งปี คือเป็นเทคโนโลยี GPS ซึ่งสามารถระบุตำแหน่งเชื่อมโยงกับแผนที่ ติดต่อกับโปรแกรมใช้ระบุตัวโปเกมอน ซึ่งลักษณะเทคโนโลยีเหล่านี้นั้นเคยใช้ในเกมอื่นมาแล้ว เช่น เกม ingress ซึ่งมีวิธีการเล่นที่คล้ายกันมาก โดยใช้โลเกชั่นต่างๆ ในการเล่นเกม นั่นคือการนำความจริงของสถานที่มาปะปนในการเล่นเกมนั่นเอง
“ตั้งแต่อดีต มองว่าคนที่ชอบโปเกมอนในไทยมีไม่น้อย เคยเล่นเกมโปเกมอนตั้งแต่สมัยเกมบอย และคนเหล่านั้นตอนนี้ก็เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่และอยากจะเล่นเกมโปเกมอนอีก” นายวิษณุกล่าว และว่า ทางด้านการระบุตำแหน่ง เกมโปเกมอน โก ใช้เทคโนโลยีที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นส่งไปว่าจะเล่นในตำแหน่งใดบ้าง รวมถึงมีข้อมูลตำแหน่งและพื้นที่การเล่นจากผู้เล่นในเกม ingress ซึ่งเป็นเกมเก่า”
นายวิษณุกล่าวอีกว่า ด้านการระบุข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่น โดยเฉพาะตำแหน่งที่อยู่นั้น หากจะมองว่าเป็นอันตรายหรือถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัวก็มองได้ กรณีแย่ที่สุด ก็มองได้ว่าอาจเป็นการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวหรือเป็นอันตราย ซึ่งก่อนเริ่มเล่นเกมนั้น ทางบริษัทเกมจะมีการขออนุญาตเรื่องความเป็นส่วนตัวก่อน ซึ่งผู้เล่นควรอ่านตรงนี้ด้วยก่อนเล่น
รศ.ดร.พรรณรพี สุทธิวรรณ นักจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและวัยรุ่น คณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า มองในแง่พฤติกรรมมนุษย์ เกมโปเกมอน โก ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาก ทั้งที่เพิ่งเปิดให้เล่นได้เพียง 3-4 วัน เป็นเพราะว่าคนไทยรอและคาดหวังในเกมนี้มากเพราะเห็นประเทศอื่นๆ เล่นกันมานานแล้ว ทั้งนี้ มองว่าสังคมไทยใจกว้างและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ แต่นิสัยคนไทยไม่ค่อยระวัง หรือลืมเรื่องกาลเทศะไปทำให้เกิดปัญหาตามมา
“เกมนี้ไม่มีความรุนแรงทั้งทางภาพและเสียง ไม่ได้ทำให้คนอยู่แต่กับตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทำให้คนออกมาเดินนอกบ้านกันมากขึ้น ซึ่งอีกแง่หนึ่งอาจเจอมิจฉาชีพหรืออันตรายได้ ทำให้พ่อแม่หลายคนห้ามไม่ให้ลูกเล่นจนก่อให้เกิดการทะเลาะกันในหลายครอบครัว ซึ่งสำหรับลูกๆ แล้ว การสั่งห้ามของพ่อแม่ทำให้ลูกไม่มีทางออก ขณะที่หากเป็นการแนะนำ เด็กจะรับฟังมากกว่า เพราะการเล่นเกมสำหรับวัยรุ่นคือการได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆ ที่เล่นด้วยกัน อยากแนะนำว่าแทนที่จะต้านกระแสก็ให้ผ่อนปรน เช่น พ่อแม่ก็มาเล่นด้วยกันกับลูกแทน หรือมีข้อตกลงเช่นขอไม่ให้ไปจับโปเกมอนตอนดึก จะทำให้ครอบครัวกลับมาคุยกันมากขึ้น”
ดร.พรรณรพีกล่าวอีกว่า ผู้เล่นต้องรู้ทันกระแสและใช้ประโยชน์จากเกมได้ เช่น หากคิดว่าอันตรายคือผู้เล่นเล่นโดยไม่รู้กาลเทศะ ซึ่งก็ทำให้ผู้ปกครองได้โอกาสสอนลูกด้วยให้รู้จักคุมตัวเอง รู้จักการรอคอย และกฎระเบียบ
นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เกมโปเกมอน โก เป็นเกมที่อยู่ระหว่างทั้งโลกจริงและโลกเสมือน หากคนไทยอยู่กับเกมนี้ในตอนนี้ไม่ได้ ก็จะอยู่กับเทคโนโลยีในอนาคตไม่ได้ตลอดไป เพราะคิดว่าอนาคตคงมีเกมทำนองนี้ออกมามากขึ้น
“ตอนนี้ยังหาความผิดตามกฎหมายของเกมโปเกมอน โก ไม่เจอ ที่เป็นปัญหาคือพฤติกรรมการเล่นของผู้เล่นมากกว่า การแบนเกมนี้ไม่ตอบปัญหา หากจะห้ามเกมนี้ก็ต้องห้ามอีกหลายอย่างในโลก ที่ต้องตระหนักไว้เสมอคือผู้เล่นเกมนี้ต้องรู้จักรับผิดชอบตัวเองด้วย เกมนี้มีระบบรีพอร์ต แต่เราต้องจัดลำดับพื้นที่ที่ไม่ควรมี เช่น สถานที่ราชการ ถ้าหน่วยราชการที่ไหนรู้สึกว่าไม่ควรมี ให้รีพอร์ตในเชิงความปลอดภัย ถ้าสังคมอยู่กับมันได้ เราไม่ต้องไปดู แต่ถ้าสังคมยังตื่นอยู่ เราจึงต้องช่วยดู กสทช.ไม่มีอำนาจ แต่เป็นตัวกลางประสานให้ สิ่งที่ออกไปไม่ใช่มาตรการบังคับ แต่เป็นการขอความร่วมมือ” นพ.ประวิทย์กล่าว
นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะผู้บริหารและหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูเป็นตัวแทนด้านพาณิชย์ของโปเกมอน โก เราคิดว่าเป็นโอกาสกระตุ้นธุรกิจขนาดเล็กจนถึงใหญ่ เช่น ร้านพิซซ่าในอเมริกาปล่อยไอเทมเพื่อดึงดูดคน ในโลกนี้มีน้อยสิ่งที่คนทุกเพศทุกวัยทุกชาติชอบและมีความสุขเหมือนกัน การสร้างคอมมูนิตี้ได้จริง เปิดโอกาสในการสื่อสาร สร้างโอกาสการค้าขายเป็นสิ่งดีแน่นอน
“แผนการเกมมี 2 เฟส เฟสแรกปล่อยเบสิกเกมเพื่อเตรียมให้เสถียร โดยเฟสต่อไปจะใส่ความเห็นในแต่ละประเทศเข้าไป เช่น ตอนนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯอยากร่วมใส่สถานที่ท่องเที่ยวเข้าไปให้นักท่องเที่ยวได้รู้จัก โปเกมอน โก จะช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ญี่ปุ่นเองก็บอกว่าโปเกมอนจะเป็นตัวละครนำแถวในโตเกียวโอลิมปิก เป็นสัญลักษณ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว โปเกมอน โก เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ทุกคนควรหาวิธีใช้ให้เกิดประโยชน์ ขณะนี้ตลาดเกมมีมูลค่าหมายพันล้าน โดยเฉพาะตลาดเกมมือถือ คนไทยเล่นเกมเยอะอยู่แล้ว แต่ปกติเล่นคนเดียว เกมโปเกมอน โก เป็นเกมเดียวที่เปิดมาแล้วมีคำเตือนว่าอย่าเล่นในที่โดดเดี่ยว หากจะมีการแปลเป็นภาษาไทยจะดีสำหรับการสื่อสารคำเตือนนี้
“ถ้ามีคอนเทนต์ดีๆ แล้วกระตุ้นให้คนไทยเลือกใช้เทคโนโลยีล่าสุดจะเป็นโอกาสกระตุ้นตลาดเทคโนโลยี เป็นความก้าวหน้าของคนไทย โอกาสทางธุรกิจของเกมนี้ ขณะนี้ยังไม่ถึงก้าวแรก เกมเหล่านี้วางแผนไว้ 5 ปี เพื่อพัฒนาต่อเนื่องจะมีสิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา พัฒนาเกมให้ตอบสนองกลุ่มคนในแต่ละชาติได้เจาะจงมากขึ้น จึงไม่เป็นห่วงเรื่องธุรกิจ แต่ตื่นเต้นที่คนไทยจะมีสิ่งเล็กน้อยที่เติมความสุขได้” นายพีรธนกล่าว
นพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ นักวิชาการจิตเวชผู้ใหญ่ คณะแพทยศาสตร์ จุุฬาฯ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมองเพียงเชิงพฤติกรรมยังไม่นำไปสู่โรคอะไร ทฤษฎีระบบเกี่ยวกับพฤติกรรมคนบอกว่า เวลามองเป็นหามองเพียงจุดหนึ่งไม่ได้ ต้องมองเป็นระบบ สิ่งที่เข้ามาใหม่ในสังคมถือเป็นตัวป่วนมีผลกระทบต่อสังคมทั้งบวกและลบ ต้องพิจารณาสมดุลของสังคมหรือครอบครัวว่ามีปัญหาอยู่ก่อนหน้านี้แล้วหรือเปล่า เด็กติดเกมเป็นปัญหาที่มีอยู่เดิมแล้ว เยาวชนตอนนี้เป็นโรคไม่มีเวลา ไม่จัดการและมีวินัยควบคุมการใช้เวลา ถ้าไม่มีวินัยอยู่แล้วต่อให้ไม่ใช่เกมนี้ก็รวนอยู่ดี
“เกมนี้สะท้อนปัญหาในสังคม เกมชวนให้เราเดิน แล้วการออกแบบเมืองของเราน่าเดินไหม ทางเท้าเดินได้จริงไหม ถ้าใช้ตรรกะเรื่องอุบัติเหตุ ช่วงสงกรานต์เราต้องยึดรถทุกคัน เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับโปเกมอน คนเล่นที่ไม่เป็นปัญหาก็มีจะไปยึดหมดไม่ได้ ผู้หญิงเดินออกไปเล่นเกมช่วงกลางคืนแล้วถูกข่มขืน ผู้หญิงผิดหรือคนร้ายผิด เกมนี้ทดสอบหลายสิ่งในสังคมเรา เรื่องความปลอดภัย ระเบียบวินัย ผมไม่คิดว่าเกมนี้เป็นปัจจัยเลวร้ายที่ต้องกำจัด แต่มีปัญหาอยู่ และมีปัญหาอื่นๆใหญ่กว่าเรื่องนี้เช่นเรื่องเยาวชน สังคมที่ถูกสิ่งใหม่ๆ ป่วนได้ง่าย ปัญหาอยู่ที่สมดุลสังคมเอง” นพ.ภุชงค์กล่าว

