เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7 เปิดเผยกรณีมือปืนบุกเข้าไปยิงวิศวกรหนุ่มต่อหน้าลูกชายวัย 20 วันภรรยา พ่อตา และแม่ยาย ภายในร้านบะหมี่จับกังย่านท่าพระ เมื่อคืนวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.บกน.7 และสน.ท่าพระ ได้ระดมกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งคดีมีความคืบหน้า ไปมากแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ยังคงสืบสวนสอบสวนในทุกปัญหา ทั้งประเด็นความขัดแย้งส่วนตัว ขัดผลประโยชน์ในที่ทำงาน และปัญหาศึกสถาบันฯ ทั้งนี้ไม่เกิน 2-3 วันน่าจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนมั่นใจจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะคลี่คลายคดีนี้และจับกุมคนร้ายทั้ง 2 ราย มาดำเนินคดีให้ได้เพราะถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบเส้นทางของคนร้ายขณะนี้ มีความคืบหน้าไปมาก โดยคนร้ายขี่รถจยย.ข้ามสะพานยศเส มุ่งหน้าแยกปทุมวัน เมื่อถึง ถ.พระรามหกก็เลี้ยวซ้าย เพราะเส้นทางนี้ให้วิ่งเฉพาะรถประจำทาง ล่าสุดเห็นภาพปรากฏอยู่ที่แยกสามย่าน ซึ่งขณะนี้ใกล้ถึงตัวคนร้ายแล้ว ส่วนแนวทางการสืบสวนมุ่งเน้นไปทางความขัดแย้งระหว่างสถาบันฯ เป็นหลักเพราะเมื่อปี 2561 นายอาทิตย์ ผู้ตาย ขณะเรียนใกล้จบ ได้ไปกับพวกรวม 6 คน ขี่รถจยย. 3 คัน ทุกคนใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ไม่มีใครเปิดหน้ามีเพียงนายอาทิตย์ เท่านั้นที่เปิดให้เห็นใบหน้า จนพยานหลายคนจำหน้าได้ บุกเข้าไปยิงคู่อริต่างสถาบันจนพิการตลอดชีวิตบริเวณกลาง ซ.เพชรเกษม 48 ซึ่งทางตำรวจ กก.สส.บกน.9 ออกหาข่าวจนกระทั่งตามไปจับกุมตัวนายอาทิตย์ ได้ที่ย่านท่าพระ ซึ่งจากการสอบสวนนายอาทิตย์ ไม่ยอมให้การใดๆ เลยและหลักฐานก็ไม่เพียงพอว่านายอาทิตย์เป็นคนยิง เพียงแต่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว ทางศาลจึงยกฟ้อง หลังจากนั้นนายอาทิตย์ก็โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับสถาบันการศึกษาอยู่เรื่อยๆ ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังตรวจสอบว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน นายอาทิตย์ หายไปจากบ้าน ไปทำอะไร กับใคร ต้องสอบสวนคนใกล้ชิดถึงเหตุการณ์เหล่านี้ คาดว่าจะทราบผลไม่เกิน 2-3 วันนี้

