หมอศิริราชชี้ลอบเข้าเมืองทำประเมินโควิด-19 ระบาดรอบ2ยาก คาดได้ฉีดวัคซีน พ.ค.64

8.12.20 | 14:14 น.
หมอศิริราชชี้ลอบเข้าเมืองทำประเมินโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ยาก คาดได้ฉีดวัคซีน พ.ค.64

วันนี้ (8 ธันวาคม 2563) ที่โรงพยาบาล (รพ.) ศิริราชพยาบาล ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การการกลับมาแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทยอีกครั้ง หลังพบมีผู้ติดเชื้อในประเทศไทยที่กลับมาจากประเทศเมียนมารายใหม่เพิ่มขึ้น ว่า โดยสถานการณ์ขณะนี้กำลังจะเข้าสู่การแพร่ระบาดในช่วงที่มีแรงงานกลับมาจากรัฐยะไข่ ทางใต้ของประเทศในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น โดยเฉพาะสภาพอากาศที่เย็นลง ทำให้ส่วนใหญ่จะพักอยู่ในอาคารที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท และไม่สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ภายในอาคาร รวมทั้งสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านเริ่มกลับมารุนแรงอีกครั้ง และมีการชุมนุมรวมตัวของผู้คนมากขึ้น ทั้งนี้ อยากให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม เพราะไม่สามารถรู้ประวัติการเดินทางของแต่ละคนได้ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ G-614 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ ว่า พบว่า มีการแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดิม และภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น หากผู้ที่ติดเชื้อมีการเคลื่อนที่ และยังไม่รู้ตัว อีกทั้งไม่ได้กักตัวจะทำให้การแพร่ระบาดไปที่อื่นๆ เพิ่มสูงขึ้น

“เพราะขณะนี้ ยังไม่รู้จำนวนตัวเลขที่แท้จริงของผู้ที่ไปประเทศเมียนมา และลักลอบเข้ามาในประเทศ จึงยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน ส่วนอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อจากทั่วโลก เชื่อว่าไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นจากศักยภาพการรองรับของสถานพยาบาลในที่ต่างๆ ด้วย ซึ่งในบางประเทศ ไม่มีพื้นที่รองรับเพียงพอ ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อได้รับการดูแลอย่างไม่มีประสิทธิภาพมากนัก จนทำให้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว แต่สถานการณ์ในช่วงนี้ยังถือว่าเป็นเพียงการติดเชื้อธรรมดา เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อในแต่ละวันยังไม่มากนัก แต่หากเริ่มขยับขึ้นเป็นวันละ 2-3 เท่าตัว ก็จะถือว่าเป็นการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว” คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล กล่าว

สำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา พบว่า บริษัทที่ผลิตวัคซีนในต่างประเทศส่วนใหญ่ถูกสั่งจองทั้งหมดแล้ว และบางประเทศจองวัคซีนจำนวนเกินกว่าคนในประเทศ ส่วนการนำมาใช้ในประเทศไทยประมาณ 20 ล้านโดส นั้น หลังจากนำเข้ามาแล้ว จะต้องผ่านการทดสอบจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อีกอย่างน้อย 4 เดือน ถึงจะนำมาใช้ได้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2564

“แม้จะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีวัคซีนตัวไหนที่จะป้องกันโรคได้ 100% การที่จะป้องกันได้ดีที่สุดคือ ต้องดูแลตัวเองโดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม หรือการยกการ์ดขึ้นอีกครั้ง และขณะนี้กลุ่มผู้ประกอบการจะต้องกลับมาเน้นย้ำมาตรการที่เคยปฏิบัติมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการเช็กอิน-เช็กเอาท์ ก่อนเข้าออกร้าน เพื่อที่จะติดตามตัวได้ ซึ่งเรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากละเลยสิ่งที่คุ้นเคยก็จะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาอีกได้” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

Advertisement