เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต. ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3 แถลงจับกุม ขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเพื่อเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย บริเวณชายแดนฝั่งตลาดบ้านแหลม(ประเทศกัมพูชา) พร้อมของกลาง 1.รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ 2.รถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ 3.รถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า และโทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่าสืบเนื่องจาก บก.ตม. 3 สืบทราบว่าจะมีกลุ่มขบวนการดังกล่าวจะเดินเท้าข้ามชายแดนฝั่งตลาดบ้านแหลมเข้ามาในราชอาณาจักร และจะมาพักหลบซ่อนตัวห้องเช่าไม่ทราบเลขที่บริเวณแยกจางวาง ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี จากนั้นจะนำรถยนต์มาบรรทุกแรงงานต่างด้าวพร้อมสัมภาระขนย้ายไปส่งยังสถานีบริการน้ำมัน ถนนบ้านบึง-แกลง ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และจะมีรถยนต์ตู้เดินทางเข้ามารับช่วงต่อ พร้อมกับนำแรงงานต่างด้าวที่มีความประสงค์จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายเดินทางมาด้วย โดยจะนำแรงงานต่างด้าวไปส่งยังชายแดนเพื่อลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อไป จึงร่วมกันวางแผนการจับกุม โดยตำรวจชุดจับกุมบางส่วนเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณลานจอดรถพบนายสมศักดิ์ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ บรรทุกแรงงานต่างด้าว และนายศุภกฤต ขับรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ บรรทุกแรงงานต่างด้าวและบรรทุกสัมภาระเต็มท้ายกระบะ เมื่อรถยนต์จอดบริเวณที่เกิดเหตุ บุคคลทั้งสองให้แรงงานต่างด้าวลงจากรถยนต์เพื่อหลบซ่อนตัวลักษณะอำพรางในที่มืดเพื่อมิให้เป็นที่สังเกตเห็นของผู้มาใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน
ต่อมานายณัฐพล ขับรถตู้ เข้ามาจอดเทียบด้านข้างของรถยนต์ทั้งสองและมีกลุ่มแรงงานที่ประสงค์จะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เดินลงมาจากรถพร้อมขนสัมภาระส่วนตัว จึงจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่าชายไทยทั้ง 3 รายว่า “กระทำการ หรือดำเนินการใดๆ หรือเข้าไปอยู่ในสถานที่ใดๆ อันเป็นการแออัด และอันเป็นการมั่วสุม ตามข้อกำหนดในมาตรา 9 ฉบับที่ 1 ข้อ 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548″และ”ร่วมกันซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และแจ้งข้อกล่าวหาคนต่างด้าวว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองฯ,เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองฯและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด” ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ตรวจสอบพบว่ารถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รับกลุ่มแรงงานต่างด้าวเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จากบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา จ.นครปฐม และจากในเขตกรุงเทพฯ โดยแรงงานต่างด้าวจะเสียค่าใช้จ่ายรายละประมาณ 2,500 บาท โดยรถตู้ได้รายละ 400 บาท ส่วนที่เหลือผู้จัดหานำไปดำเนินการต่อ ส่วนรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์รับกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเดินทางเข้าจากบริเวณแยกจางวาง ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยแรงงานต่างด้าวจะเสียค่าใช้จ่ายรายละประมาณ 3,000 บาท คนขับรถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ได้รายละ 1,000 บาท ส่วนที่เหลือผู้จัดหานำไปดำเนินการต่อ จึงคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.กก.สส.บก.ตม.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

