เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ร.ต.ท.ชวกุล สิทธิศักดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.จักรวรรดิ รับแจ้งเหตุมีผู้ยิงปืนเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 84 ซ.เยาวราช 23 ถ.เยาวราช แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ จึงไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ฝ่ายสืบสวน สน.จักรวรรดิ แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายผ้า ภายในร้านพบศพนายกร (สงวนนามสกลุ) อายุ 74 ปี เจ้าของร้าน เสียชีวิตบนโต๊ะอาหารชั้นล่างของร้าน มีบาดแผลถูกยิงที่ราวนมซ้าย และพบศพนายวัฒนา (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี เสียชีวิตอยู่ใกล้กัน มีปืนลูกโม่ขนาด .38 มม.ตกอยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบพบว่านายกร ถูกยิงที่อกด้านซ้าย 1 นัด ส่วนนายวัฒนามีบาดแผลจากการยิงกรอกปาก 2 นัด และที่หน้าอกซ้าย 1นัด ก่อนนำร่างไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ตำรวจ อีกครั้ง
สอบสวนลูกสาวของนายกร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายวัฒนา ซึ่งเป็นเพื่อนรักของพ่อมานาน และบ้านอยู่เยื้องไปฝั่งตรงข้าม เดินเข้ามาพูดคุยตามปกติ จึงไม่ได้เอะใจอะไร และไม่ทราบว่าทั้งสองคนคุยเรื่องอะไร ก่อนจะเข้าไปล้างจานหลังบ้าน จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัด ก่อนจะวิ่งออกมาดูก็พบว่าพ่อถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเพื่อนพ่อที่ก่อเหตุก็ยิงตัวเองเสียชีวิต
ด้านนายสุพล เวียงทอง อายุ 29 ปี ลูกจ้างร้านดังกล่าว กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุได้ออกมากินข้าวภายในซอย กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบวิ่งมาดู ก็เห็นลูกสาวของเถ้าแก่ร้านร้องกรี๊ด ขณะนั้นเห็นผู้ก่อเหตุซึ่งถือปืนในมือ กำลังยิงตัวเอง จึงรีบถอยหลบมา ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก 1-2 นัด ซึ่งทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่รักกันมาก ทุกวันจะซื้อข้าวมานั่งกินด้วยกันเสมอ ไม่เคยเห็นทั้งคู่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง และไม่ทราบว่าทั้งสองคนมีปัญหาอะไรกันจึงตัดสินใจก่อเหตุเช่นนี้
พล.ต.ต.เมธี กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่านายกร และ นายวัฒนา เป็นเพื่อนรักกัน เจ้าหน้าที่คาดว่าปมก่อเหตุอาจเป็นเรื่องหนี้สิน แต่ต้องรอการสอบสวนพยาน และบุคคลในครอบครัวอย่างละเอียดอีกครั้ง จึงจะสรุปข้อเท็จจริงของคดีนี้ต่อไป


