จนท.ห้วยขาแข้ง ออกลาดตระเวน เจอกระทิงขวิด ซี่โครงหัก 3 ซี่ เย็บ 27 เข็ม

8.12.20 | 21:59 น.

จนท.ห้วยขาแข้ง ออกลาดตระเวน เจอกระทิงขวิด ซี่โครงหัก 3 ซี่ เย็บ 27 เข็ม

วันที่ 8​ ธันวาคม​  นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12(นครสวรรค์) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า​ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จำนวน 5 นาย ออกปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Samart Patrol) เพื่อตรวจป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ตามแผนงานที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนดให้จัดเจ้าหน้าที่ออกเป็นชุดย่อย​ ๆ เดินเท้าเข้าไปนอนในป่า คราวละ 5-7 วัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดนี้ได้ออกเดินทางจากที่ตั้งไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม  โดยเริ่มออกเดินทางจากป่าเขาเขียว เป้าหมายไปยังหน่วยพิทักษ์ป่าวังไผ่ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ตามแผน 5 วัน 5 คืน
นายธนิตย์ กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เวลาประมาณ 10.40 น. ขณะลาดตระเวนถึงบริเวณป่าตีนเขาเขียว เจ้าหน้าที่ลาดตระเวน 1 นาย คือ นายประสิทธิ์ คำตัน ถูกกระทิงวิ่งชนบริเวณหลัง ทำให้นายประสิทธิ์  ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา เจ็บหน้าอก ปวดบริเวณชายโครง
หลังเกิดเหตุหัวหน้าชุดลาดตระเวน ได้วิทยุแจ้งให้หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งทราบ และประสานผู้บังคับบัญชา ประสานเจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยลานสัก ประสานขอเฮลิคอปเตอร์ จากกองการบิน สำนักงานปลัดทส.และขอแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลลานสัก เพื่อเตรียมรับผู้บาดเจ็บไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลลานสัก
เวลา​ 13.30 น.​ กองการบิน สำนักงานปลัดทส. พร้อมแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลลานสัก มาถึงสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุกลางป่า ราว 5 กิโลเมตร จากนั้นได้เริ่มปฎิบัติการบิน โดยนำเปลสนาม เสบียง และอุปกรณ์การแพทย์ ไปส่ง ณ จุดเกิดเหตุ พร้อมชี้เป้าแนะจุดสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 50 เมตร
ในเวลาเดียวกันนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ จำนวน 20 นาย ได้เดินเท้าสวนเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ​ และได้สั่งการให้​อุทยานแห่งชาติคลองลาน นำรถกู้ภัยของอุทยาน มาเตรียมรับผู้บาดเจ็บสำรองไว้อีกทางหนึ่ง พร้อมรีบลงพื้นที่เพื่อบัญชาการ ประสานการช่วยเหลือ ให้เป็นไปตามข้อสั่งการของ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่สั่งการด่วนหลังจากทราบเหตุ​ โดยกำชับให้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในทุกด้านให้อย่างเต็มที่
แต่เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถลงจอด ณ ลาน ฮ. ชั่วคราวกลางป่าได้ เนื่องจากพื้นที่ยังมีความเสี่ยงสูง เพราะจุดลงจอดเป็นพื้นที่แคบ มีต้นไม้สูงใหญ่อยู่ด้านข้าง และยังมีกิ่งไม้ ต้นไม้ขีดขวาง หลังจากที่นักบินได้พยายามเวียนจะลงจอดหลายรอบ แต่ประเมินเห็นว่ายังมีความเสี่ยงสูง จึงได้ประชุมหารือกัน ต้องปรับแผนเปลี่ยนการลำเลียงผู้บาดเจ็บเป็นเดินเท้ามาตามป่า ผ่านพื้นที่ลาดชันสูงแทน
ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ส่งกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัย พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ และเสบียง เดินสวนเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ เพิ่มอีก 30 นาย เพื่อเป็นกำลังเสริม​ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการหามเคลื่อนย้ายคนเจ็บ จากจุดเกิดเหตุ ผ่านกลางป่าทึบ และลาดชัน มาถึงสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ รวม 5 ชั่วโมง 30 นาที
จากนั้นนำผู้บาดเจ็บขึ้นรถกู้ภัยของอุทยานแห่งชาติคลองลาน นำรถกู้ภัยของอุทยาน ลำเลียงผ่านป่าทึบ มายังสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จากนั้นคณะแพทย์และพยายาล ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บเปลี่ยนรถเป็นนำขึ้นรถของโรงพยาบาลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ถึงโรงพยาบาลลานสัก เวลาประมาณ 23.40 น.
ผลการตรวจร่างกายของนายประสิทธิ์ พบว่ากระดูกซี่โครงซ้ายหัก 3 ซี่​ มีแผลภายนอกบริเวณใต้แขนซ้าย เย็บ 27 เข็ม​ แพทย์ลงความเห็นว่าต้องรักษาตัวประมาณ 2 เดือน​ ตอนนี้ยังไม่สามารถเคลื่อนตัวเอง ลุกจากเตียงด้วยตนเองได้​ ในขณะที่นายพงษ์สิทธิ์ ศรีคุณเมือง ผู้ช่วยหัวหน้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้เดินทางไปรับคุณแม่วิจิต มารดาของผู้บาดเจ็บ มาเยี่ยมบุตรชายที่โรงพยาบาลลานสัก
ความคิดเห็น 5 รายการ