ทำแผน 4 โจ๋ปล้นทรัพย์ลูกชายร้านอาหารไทยในฮ่องกง หลังควบ’บีเอ็ม’ตามล่าชนท้ายจยย.

12.08.16 | 17:47 น.

จากกรณีลูกชายเจ้าของร้านอาหารไทยในฮ่องกงถูกแก๊งโจรเมืองกรุงใช้มีดปังตอจี้ชิงโทรศัพท์-เงินสด กลางดึก ขณะจอดรถคุยโทรศัพท์บนถนนเลียบด่วน หลังเกิดเหตุขับเก๋งบีเอ็มเร่งตามจนเสียหลัก พุ่งชนท้ายจักรยานยนต์คนร้ายตกมาตาย 1 ราย ส่วนที่เหลือหนีไปได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.โคกคราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ภานุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส. ร.ต.อ.ฟ้าคำรณ หรี่หร่อง รอง สว.(สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำตัวนายปรมัตถ์หรือตี้ หมัดเสพ อายุ 18 ปี นายภาณุพงศ์หรือน้ำ มีชนะ อายุ 18 ปี นายธนพงษ์ หรือปู เคนถาวร อายุ 18 ปี และนายเบ็นซ์ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ บริเวณจุดเกิดเหตุที่กลับรถใต้สะพานข้ามทางพิเศษวงแหวนกาญจนาภิเษกและบริเวณถนนรัชดา-รามอินทรา

จุดแรกเจ้าหน้าที่พาไปทำแผนบริเวณใต้สะพาน โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวมกับผู้เสียชีวิตคือนายภาคภูมิ หรือพีท สราไพธิ์ อายุ 18 ปี ร่วมกันใช้มีดปังตอปล้นทรัพย์นายนรินทร์ หลิมศิริวงศ์ ก่อนนายปรมัตถ์จะขับขี่จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ 5กถ 5613 กรุงเทพมหานคร หลบหนี โดยมีนายภาคภูมินั่งกลาง ส่วนนายภาณุพงศ์นั่งซ้อนท้าย และอีกคันนายธนพงษ์ขี่จักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นเวฟ ทะเบียน 3กย 1312 กรุงเทพมหานคร มีนายเบ็นซ์นั่งซ้อนท้าย หลบหนีไปเส้นถนนรัชดา-รามอินทรา จุดที่สอง จุดที่ผู้เสียหายได้ขับรถไล่ตามจนชนเข้าท้ายรถจักรยานยนต์พีซีเอ็กซ์อย่างจัง ทำให้นายภาคภูมิที่นั่งซ้อนท้ายมาเสียชีวิต บริเวณหน้าหมู่บ้านเวิร์คเพลสจุดเกิดเหตุ

ที่สน.โคกคราม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2,พ.ต.อ.กิตติคุณ พูลสมบัติ รอง ผบก.น.2,พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.โคกคราม,พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดปทุมวัน รอง ผกก.สส.ฯ,พ.ต.ต.ภานุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส.ฯ แถลงการจับกุมตัวนายปรมัตถ์ (ดี้) หมัดเสพ อายุ 18 ปี นายภาณุพงศ์ (น้ำ) มีชนะ อายุ 18 ปี นายธนพงษ์ (ปู) เคนถาวร อายุ 18 ปี นายเอ (นามสมมุติ) เยาวชน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 831,832,833/59 และศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง(สาขามีนบุรี) ที่ 130/59 ตามลำดับ ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธบังคับขู่เข็ญและยานพาหนะในการกระทำความผิดเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไปฯ พร้อมด้วยของกลาง 1.รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน 2.อาวุธมีด 1 เล่ม 3.โทรศัพท์มือถือผู้เสียหาย 1 เครื่อง 4.กัญชาจำนวน 2 ถุงพลาสติกแบบรูดปิด 5.ยาทามาดอลบรรจุแคบซูล จำนวน 5 ถุง โดยจับกุมได้ที่ซอยนวลจันทร์36 ถ.นวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ (จับตามหมายจับศาล)

พล.ต.ต.เจริญ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 11 สิงหาคม นายนรินทร์ หลิมศิริวงศ์ อายุ 24 ปี ลูกชายร้านอุ่นไอรัก ร้านอาหารไทยในประเทศฮ่องกง เป็นผู้เสียหายได้เดินทางกลับจากการชมภาพยนตร์ที่เดอะคริสตัน รามอินทรา ขณะมุ่งหน้ากลับบ้านโดยใช้รถเก๋ง บีเอ็มดับบิว จีที320ดี ป้ายแดง ทะเบียน ร3722 กรุงเทพมหานครก่อนจอดรถลงมาคุยโทรศัพท์ ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ต้องหารวม 5 คน ใช้ยานพาหนะรถจักรยานยนต์2คัน ขับสวนทางมาทางเลียบด่วนข้างมอเตอร์เวย์ โดยมาจอดรถทำทีสอบถามเส้นทางกับผู้เสียหาย จากนั้นนายภาคภูมิ (พีท) วราโพธิ์ อายุ 18 ปี (ผู้ต้อหาที่เสียชีวิต) ได้ใช้มีดปังตอจี้ผู้เสียหาย ก่อนที่คนร้ายที่เหลือจะมาข่มขู่ผู้เสียหายยื่นทรัพย์สินให้กับคนร้ายเป็นเงินสด 4,200 บาท และโทรศัพท์มือถือไอโฟนสีดำ 1 เครื่อง จากนั้นคนร้ายพากันหลบหนีไปตามถนนรัชดา-รามอินทรา โดยถึงหน้า บ.เวิร์คเพรส ผู้เสียหายขับรถไล่มาทันกับคนร้ายจนเกิดเฉี่ยวชนกัน ทำให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 1 คน กลุ่มคนร้ายที่เหลือได้หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสา มาถึงที่เกิดเหตุรวมถึงพลเมืองดีได้ทำทีเข้ามาช่วยและอาศัยจังหวะที่ตำรวจเผลอใช้เท้าเขี่ยกระเป๋าของผู้ตายที่ตกอยู่ที่เกิดเหตุออกมาพร้อมจะหยิบและจะหลบหนีแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นจึงจับตัวไว้ทัน พร้อมแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในที่เกิดเหตุพร้อมดำเนินคดี ขณะที่ผู้ต้องหา 4 รายหลบหนีอยู่ ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานที่เกิดเหตุจนสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด

Advertisement

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติกลุ่มผู้ต้องหาไม่เคยต้องคดีมาก่อน และชมผู้เสียหายด้วยว่ามีสติไม่คิดต่อสู้ พร้อมทั้งให้ทรัพย์สินตามที่ผู้ต้องหาต้องการ ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับอันตราย ซึ่งอยากฝากเตือนถึงประชาชนถ้าเจอเหตุในลักษณะนี้ขอให้มีสติและรักษาชีวิตเป็นสำคัญ

จาการสอบถามผู้ต้องหารับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยก่อนเกิดเหตุพวกตนได้ดื่มยาแก้ไอผสมยาทามาดอลผสมโค้ก จนทำให้เกิดอาการมึนเมา จึงชัดชวนกันไปชิงทรัพย์เพื่อนำเงินไปแต่งรถ ซึ่งนายภาคภูมิ (พีท) ได้นำมีดปังตอติดตัวไปด้วย จนเมื่อถึงจุดเกิดเหตุพบผู้เสียหายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่คนเดียวจึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวยืนยันว่าพวกตนก่อเหตุเป็นครั้งแรก ทำไปด้วยความคึกคะนอง

เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาส่งให้กับพนักงานสอบสวน สน.โคกครามดำเนินคดี ก่อนในวันที่ 13 สิงหาคม เวลา 09.30 น. จะนำตัวนายปรมัตถ์ (ดี้) นายภาณุพงศ์ (น้ำ) นายธนพงษ์ (ปู) นำส่งสารจังหวัดมีนบุรีเพื่อฝากขัง ขณะที่นายเอ (นามสมุติ) ซึ่งเป็นเยาวชนได้นำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง(สาขามีนบุรี) ไป่อนหน้านี้แล้ว

ss