รมว.สุชาติ ลุยนนทบุรี เร่งขับเคลื่อนนโยบายไทยไปด้วยกัน
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จ.นนทบุรี และมอบแนวทางในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จ.นนทบุรี ณ สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง เข้าร่วม

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน จ.นนทบุรี ว่า ได้แก่ 1.ศูนย์บริการด้านสุขภาพสำหรับประชาชน เน้นเฉพาะทางด้านหัวใจ 2.ลอง เทอม แคร์ (Long Term Care) คลังเครื่องมือแพทย์ 3.พนังป้องกันน้ำท่วมตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา 4.แก้ไขปัญหาน้ำท่วม 26 จุด ที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ และ 5.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำ เป็นต้น
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ โดยเริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันในพื้นที่ จ.นนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ
นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ ได้มาติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน และมอบแนวทางในการปฏิบัติงาน ตลอดจนรับทราบความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะของจังหวัด เพื่อนำข้อมูลไปประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ตามภารกิจของกระทรวงแรงงาน ทั้งการส่งเสริมการมีงานทำในระดับชุมชนพื้นที่ การพัฒนาทักษะฝีมือตามความต้องการของแรงงานทุกกลุ่ม การคุ้มครองดูแลผู้ใช้แรงงาน ทั้งแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบได้รับสิทธิประโยชน์และมีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต
“สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานของจังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันมีผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 960,776 คน ผู้มีงานทำ 942,289 คน ผู้ว่างงาน 18,487 คน ผู้อยู่นอกกำลังแรงงาน 493,858 คน มีแรงงานนอกระบบ 275,887 คน มีแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่ได้รับอนุญาตทำงาน 132,319 คน มีสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม 19,557 แห่ง ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 351,090 คน ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 708,476 คน และมาตรา 40 จำนวน 54,531 คน มีสถานประกอบกิจการประกาศใช้มาตรา 75 จำนวน 166 แห่ง ลูกจ้าง 37,396 คน ดำเนินการรณรงค์ให้ผู้ประกันตนได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 14,494 ราย” นายสุชาติ กล่าว

