รวบโจรไม่สำนึก ฉายา “คิด สไปเดอร์แมน” ก่อเหตุซ้ำตระเวนลักพระเครื่องตามวัดดัง พบประวัติอื้อ
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 (ผบก.สส.ภ.7) พ.ต.อ.สุภาพ วัยนิพิฐพงษ์ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.สุรชาติ มณีจักร ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ต.ไชยศ อุปริกธาติพงษ์ สว.กก.สส.บก.ภ.จว.นครปฐม และพล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.ท.ปรเมศว์ เมฆสั้น รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน
นำกำลังร่วมกันจับกุมนายสมคิด แต้มงาม อายุ 33 ปี อยู่เลขที่ 49 ม.10 ต.สาโรงตาเจ็น อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ได้ที่หอพักไม่มีชื่อ ซอยพระราม ที่ 2 ซอย 59 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง พระเครื่องของวัดหนังราชวรวิหาร จำนวน 735 รายการ พระเครื่องวัดท่าไม้จำนวน 12 รายการ มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จำนวน 169 รายการ พระเครื่องวัดไผ่ล้อมจำนวน 7 รายการ และเงินทำบุญวัดไผ่ล้อมจำนวน 4,553 บาท โดยกล่าวหาว่า “ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสาหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า”
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.ภ.7 ให้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์พระเครื่องและเงินบริจาคในวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบว่าแผนประทุษกรรมคนร้ายจะงัดหน้าต่าง ปีนเข้ามาลักทรัพย์ ภายในวัดไผ่ล้อมแล้วหลบหนีโดยใช้การเดินทางโดยรถยนต์สาธารณะ ซึ่งในการก่อเหตุของคนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ในลักษณะ เดียวกันกับวัดหนังราชวรวิหารในพื้นที่ สน.บางขุนเทียน บก.น.9 จึงร่วมกันสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสมคิด หรือติ่ง แต้มงาม เพิ่งออกจากเรือนจำมาเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหอพักไม่มีชื่อ ในซอยพระราม 2 ซอย 59 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจชุดสืบสวน บก.น.9 ร่วมกันติดตามตรวจสอบจนพบว่าทรัพย์สินที่นายสมคิดลักทรัพย์มานั้นซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก เป็นพระเครื่องจำนวนหลายรายการ และเงินสดเป็นเหรียญจำนวน 4,553 บาท และต่อมาจับกุมตัวนายสมคิดได้ สอบถามแล้วได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า ตรวจสอบนายสมคิด มีประวัติการต้องโทษย้อนหลังและคำรับสารภาพของผู้ต้องหา เมื่อประมาณปี 2559 ถูกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ สน.บางขุนเทียน โดยมีพฤติการณ์ เลียนแบบสไปเดอร์แมน โรยตัวลงมาจากฝ้าเพดานเพื่อลักโทรศัพท์มือถือ จนได้ฉายา “คิด สไปเดอร์แมน” โดยก่อเหตุตระเวน ลักโทรศัพท์หลายครั้ง ก่อนถูกจับกุมและต่อมาศาลพิพากษาลงโทษจาคุก 8 เดือน
2.ถูกอายัดตัวในข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ถูกศาลพิพากษาจาคุก 3 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อ 3 ตุลาคม 2563 หลังจากพ้นโทษมาในช่วงระยะเวลา 2 เดือน ผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสาหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้ทำให้เป็นทางคนเข้า ท้ังหมด 4 วัด ได้แก่ วัดหนังราชวรวิหาร, วัดท่าไม้, มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี, และล่าสุด เมื่อ วันที่ 7 ธ.ค. 2563 ก่อเหตุที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ดังกล่าว
ผบก.สส.ภ.7 กล่าวว่า จากการตรวจค้นพบเอกสาร จดหมายและการจดบันทึกข้อความของนายสมคิด พบว่ามีการตระเวนไปสำรวจวัดต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด พร้อมการเข้าไปพบพระสงฆ์ในวัด เข้าไปตีสนิท เข้าไปเช่าพระ เข้าไปสำรวจเส้นทางเข้าออกของวัด การเก็บเงินสดของวัดและตู้บริจาคที่วางไว้ในวัด และสถานที่เก็บวัตถุมงคลของวัด รวมทั้งทรัพย์สินมีค่า พระพุทธรูป พระเครื่องต่างๆ พร้อมทั้งเตรียมพร้อมจะรอวางแผนร่วมกับเพื่อนซึ่งใกล้จะออกจากเรือนจำ ในการที่จะร่วมมือกันก่อเหตุลักทรัพย์
“จึงขอประชาสัมพันธ์ทุกๆ วัด ที่มีพระเครื่อง พระพุทธรูปสำคัญ รวมท้ังตู้รับบริจาค ทางคณะกรรมการวัดรวมทั้งคณะพระสงฆ์ และประชาชนที่มีจิตศรัทธาท้ังหลาย ช่วยกันดูแล รักษาความปลอดภัย เฝ้าระวัง ภัยจากมิจฉาชีพกลุ่มโจรใจบาปเหล่านี้ ที่จะเข้ามาตีสนิท เข้ามาก่อเหตุภายในวัด โดยร่วมมือร่วมใจป้องกันระวังภัย ทั้งติดตั้งแสงสว่างภายในวัดให้เพียงพอ การติดตั้งกล้องวงจรปิด และการเก็บรักษาพระเครื่องพระพุทธรูปสำคัญ ตู้บริจาค ให้อยู่ในสถานที่ปลอดภัยมีสิ่งกีดกั้นที่จะรักษาทรัพย์สินดังกล่าวไว้ได้ รวมทั้งการจัดวงรอบในการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง“ พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าว















