ศบค.เคาะจัดปีใหม่ จำกัดผู้เข้าร่วมงาน 50% ของพื้นที่
วันนี้(17 ธันวาคม) ที่ ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)(ศบค.) แถลงข่าวผลการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า การประชุมศบค. มี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิตปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้เสนอมาตรการในเทศกาลช่วงปีใหม่ 2564 นี้ ยืนยันว่า สนับสนุนให้มีการจัดเทศกาลรื่นเริง แต่ผู้จัดงานและผู้ร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีมาตรการในหลายรูปแบบ เช่น การจำกัดจำนวนผู้ชม ผู้ร่วมกิจกรรมร้อยละ 50 ของพื้นที่ ป้องกันการแออัด กำหนดพื้นที่ต่อจำนวนผู้ชมให้ไม่น้อยกว่า 1 ตารางเมตร/คน จัดเก้าอี้นั่งให้ห่างกัน จัดแบ่งพื้นที่สำหรับผู้เข้าร่วมชมการแสดงเป็นกลุ่มย่อย โดยมีแผงเหล็กกั้นเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมจัดกลุ่มผู้ที่มาด้วยกันให้อยู่ด้วยกัน และเว้นระยะห่างจากคนกลุ่มอื่น
“ท่านนายกรัฐมนตรีฯ อยากให้เทศกาลปีใหม่นี้ เป็นปีใหม่ที่ทำให้พวกเราได้พบปะพูดคุยกัน มีบรรยากาศของความรื่นเริงได้อย่างพอประมาณ ในรูปแบบของชีวิตวิถีใหม่ เรายังต้องการความปลอดเชื้อในประเทศเรา อย่างน้อยที่สุดคนไทยกว่า 60 ล้านคน ไปมาหาสู่กันได้ เราจะไม่เป็นภาพอย่างทางตะวันตกซึ่งล็อคดาวน์ในช่วงของเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ขอให้ในตอนนี้ถึงปีใหม่ เราดูแลสุขลักษณะ อยู่ห่างไว้ ใส่แมสก์กัน หมั่นล้างมือ ถือหลักสะอาด ปราศจากโควิด-19 และมีเรื่องของการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะทุกครั้ง” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในส่วนมาตรการที่ทาง ศบค. ได้รายงานนั้นเป็นแนวทางภาคปฏิบัติที่มีการกำหนดไว้อยู่เดิมแล้ว โดยยืนยันว่าสามารถจัดงานได้ ทั้งนี้ผู้จัดงานจะต้องเสนอมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรค ให้แก่ผู้มีอำนาจ อาทิ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาเพื่ออนุมัติการจัดงาน
“มาตรการจำกัดพื้นที่ 50% เป็นแนวทางเพื่อลดความแออัด อย่างไรก็ตามแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน มาตรการที่ใช้จะมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามพื้นที่ได้ แต่จะมีอยู่ 5 ข้อกำหนดหลัก คือ 1.ป้องกันการแออัด 2.ผู้เข้าร่วมงานทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัย 3.ผู้จัดงานเตรียมจุดบริการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ 4.มีการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นไทยชนะ และ 5.ต้องมีการเสนอมาตรการป้องกันให้กับหน่วยงานของมหาดไทย และจะต้องมีผู้กำกับดูแลตามแนวทางที่ได้เสนอไป” นพ.โอภาส กล่าว

