กทม. ขอความร่วมมืองดฉลองปีใหม่ สั่งปิด ร.ร.รอยต่อสมุทรสาคร 14 แห่ง ถึง 3 ม.ค. ขอความร่วมมือเอกชน-ภาครัฐ หยุด wfh 14 วัน พร้อมตั้งด่าน 4 จุดสกัดแรงงานต่างด้าวเร่งปูพรมตรวจตลาด-ไซต์งานก่อนสร้าง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการ กทม. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกทม. พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 26 หน่วยงาน ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ กรุงเทพมหานคร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวภายหลังการประชุม ว่า กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับ จ.สมุทรสาคร หลายจุด จึงมีมาตรการ ปิดโรงเรียน 14 แห่ง ซึ่งอยู่ในรอยตะเข็บติดกับสมุทรสาคร ซึ่งมีนักเรียน และบุคลากร เดินทางมา จะสั่งปิดทั้งหมด ไปจนถึง 3มกราคม 2564 ส่วนข้าราชการ ลูกจ้าง กทม. ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในจ.สมุทรสาคร เราจะให้เวิร์คฟอร์มโฮม และวันนี้ ตั้งแต่ 18.00 น. จะมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัด 4 จุด คือ เส้นเพชรเกษม บรมราชชนนี พระราม2 และชายทะเล-บางขุนเทียน ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
รวมทั้งจะออกตรวจตลาด 472 แห่ง ทั่ว กทม. ที่สุ่มเสี่ยง เช่น มีลูกจ้างเป็นต่างด้าว และยี่ปั๊วที่ไปรับของทะเลจากมหาชัยมาขายปลีก ออกตรวจแคมป์คนงานก่อสร้าง เพื่อสวอป (Swap) หาเชื้อตั้งแต่พรุ่งนี้(21 ธันวาคม) เป็นต้นไป ซึ่งใน กทม. มีแรงงานต่างด้าวกว่า 5-6 แสนคน เราก็มีความกังวลอยู่ แต่เบื้องต้นจะเข้าไปตรวจหาไข้ก่อน หากใครสุ่มเสี่ยงไข้ขึ้นสูง จะเอามา Swap ทั้งหมด ฝากไปถึงเจ้าของสถานประกอบการว่ากทม. ตรวจให้ฟรีทั้งหมด ขอให้พาลูกจ้างต่างด้าวมาตรวจด้วย และเข้มงวดบริการขนส่งสาธารณะ เช่น บนรถไฟฟ้า หากใครไม่สวมหน้ากากอนามัยห้ามเข้าใช้บริการเด็ดขาด รวมไปถึงร้านอาหาร สนามมวย ก็จะใช้มาตรการเดียวกัน
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดงานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช งานสวดมนต์ข้ามปี ได้สั่งงดไปแล้ว แต่ตักบาตรเช้าวันที่ 1 มกราคม 2564 ยังมีอยู่ โดยมีมาตรการเข้มข้นในการตรวจวัดไข้ การวัดไข้ก่อนเข้างาน เว้นระยะห่าง ลดจำนวนคนลงครึ่งหนึ่ง ส่วนงานเค้าท์ดาวน์ของเอกชนที่ราชประสงค์ หรือตามห้างต่างๆ ไม่ได้สั่งงด แต่จะขอความร่วมมือให้เว้นระยะห่าง และลดจำนวนคนเข้างานลง
ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครว่า จากกรณีที่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา-19 หรือโควิด-19 และพบว่ามีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ในหลายจังหวัดรวมทั้งกทม.ด้วยนั้น ว่า ในส่วนของกทม.ที่ประชุมมีมาตรการที่จะตรวจหาเชื้อในตลาด รวม 472 แห่ง และพื้นที่ก่อสร้างที่คาดว่าจะมีการใช้แรงงานต่างด้าว ร้านค้าที่มีการรับวัตถุดิบจากตลาดในจ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ยังมีมาตรการห้ามรวมกลุ่มในวัด ในสวนสาธารณะ ซึ่งจะออกประกาศตามมาอีกครั้ง
ในส่วนของการจัดกิจกรรมฉลองปีใหม่นั้น กทม.จะขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอให้งดจัดกิจกรรมดังกล่าว เพราะในขณะนี้สถานการณ์ในกทม.อยู่ในสถานการณ์ภาวะที่ไม่ปกติ แต่หากสถานที่ใดของเอกชนยืนยันที่จะจัด ต้องมีการขออนุญาตมาทางสำนักอนามัย กทม. พร้อมแผนควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ขอความร่วมมือหน่วยงานเอกชน ภาครัฐ ให้หยุดทุกๆ กิจกรรมเป็นเวลา 14 วัน หากสามารถเวิร์คฟอร์มโฮมได้ ขอให้ทำ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีเขตรอยต่อกับสมุทรสาคร ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนใช้ดุลยพินิจสั่งปิดไปจนถึง 3มกราคม 2564 อย่างไรก็ตาม กทม. ยืนยันว่าตอนนี้เรามีสถานการณ์ที่ไม่ปกติ แต่เป็นเรื่องที่เราเคยควบคุมไว้ได้ หากเราให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อีกครั้งเหมือนที่เคยทำมา
ด้าน พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการถอดบทเรียนการป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อโควิดของประเทศสิงคโปร์ มาตรการหนึ่งที่ได้ผลคือการห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายคน ทำให้กทม.โดยสำนักงานเขต ร่วมกับตำรวจสน.ในพื้นที่ ตั้งด่านตรวจ-จุดสกัดเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายคน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวในระยะนี้ ใน4 จุดประกอบด้วย 1.บริเวณใต้สะพานถนนพุทธมณฑลสาย3 2.บริเวณมหาวิทยาลัยเอเชีย ถนนเพชรเกษม 3. ปั๊ม ปตทก ถนนเพชรเกษม พระราม2 ซอย 92 และ4.บริเวณหน้าโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา18.00 น.เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยจะตรวจคัดกรอง วัดอุณหภูมิรถทุกประเภทหากพบมีแรงงานต่างด้าวในระยะนี้ จะผลักดันให้กลับไปก่อนห้ามไม่ให้เข้ากทม. โดยจะดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่นางศิลปสวย กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่เป็นเขตติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาคร มี 3 พื้นที่คือเขตบางขุนเทียน เขตบางบอน และเขตหนองแขม ในที่ประชุมจึงมติให้โรงเรียน สังกัดกทม. ที่อยู่ใน 3 เขตนี้จำนวน 14 แห่งปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563-3 มกราคม 2564 โดยโรงเรียนจะต้องทำการเรีบนการสอนชดเชย ส่วนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใน 3 เขตนี้ ให้ใช้แนวทางเดียวกัน ส่วนโรงเรียนในพื้นที่อื่นๆ หากเห็นสมควรว่าจะปิดก็ให้เป็นดุลพินิจของผอ.สถานศึกษาเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อไป
อย่างไรก็ตามในสำนักงานเขตทั้ง 3 เขตยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และได้กำชับให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันที่กทม.ให้แนวปฏิบัติไว้ก่อนหน้า 100 เปอร์เซ็นต์

