ปลัดสธ.ส่งทีมช่วย’หมอถูกเตะก้านคอ’ -แพทยสภาออกแถลงการณ์ป้อง โซเชียลฯกระหน่ำจี้เอาผิด

14.08.16 | 13:15 น.

จากกรณีสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปเหตุคนไข้พิพาทกับหมอโรงพยาบาลแม่ใจ อ.แม่ใจ จ.พะเยา  โดยเหตุการณ์เป็นคนไข้ เดินทางเข้ามาตรวจอาการจุกเสียดหน้าอก ซึ่งทางนพ.ธงชัย เมืองคำ แพทย์ชำนาญการโรงพยาบาลแม่ใจ ได้ทำการตรวจและซักถามอย่างละเอียดและกดตรงลิ้นปี่ ไม่ทันระวังตัว คนไข้ได้ใช้เท้าขวาเตะเข้าที่คอท้ายทอยด้านซ้ายของหมอ หลังเกิดเหตุแพทย์ผู้เสียหายได้เข้าตรวจบาดแผลที่ถูกเตะ แพทย์ลงความเห็นรักษาไม่เกิน 7 วัน ล่าสุดแพทย์ได้แจ้งความดำเนินคดีกับคนไข้รายดังกล่าวแล้ว แต่ทางคนไข้ชี้แจงว่าไม่ตั้งใจและไม่รู้ตัวต่อการกระทำดังกล่าวนั้น

เมื่อวันที่ 14  นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีนี้ว่า จากการสอบถามไปยัง นพ.ขจร วินัยพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา (สสจ.) ได้รับรายงานข้อเท็จจริงว่า คนไข้เข้ารับการรักษาอาการแน่นหน้าอกที่โรงพยาบาลพะเยา 2 วัน และประมาณ 2 ทุ่มกว่าวันต่อมาได้เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลแม่ใจ แต่เนื่องจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่เจอความผิดปกติ แต่แพทย์ต้องหาสาเหตุเพื่อทำการรักษาจึงได้ซักถามอย่างละเอียด มีการกดตรงช่องท้อง ซึ่งเป็นแนวทางในการวินิจฉัยโรค ผู้ป่วยก็ไม่พอใจ เท่าที่ฟังดู ผู้ป่วยบอกว่าเจ็บหน้าอกทำไมมาตรวจตรงท้อง เลยเตะแพทย์ที่ทำการรักษา ส่วนที่ระบุว่าแพทย์ที่ทำการรักษานั้นพูดจาเสียงดังทำให้ไม่พอใจนั้นเรื่องนี้ต้องสอบถามกันต่อ แต่ไม่ว่าจะไม่พอใจอย่างไรก็ไม่ควรใช้ความรุนแรง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

นพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และไกล่เกลี่ย ใครผิดก็ต้องขอโทษ พร้อมทั้งได้ให้ทีมของกระทรวง และทีมกฎหมายลงไปดูแลนพ.ธงชัย ว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง หากต้องดำเนินคดีกันก็ต้องช่วยเหลือบุคลกากรของกระทรวง ทั้งนี้จากการพูดคุยกับนพ.ธงชัย แล้ว ก็รู้สึกเสียใจเพราะมีเจตนาที่ดีในการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นโรคอะไรจะได้ทำการรักษาให้ถูกโรค ถ้ารักษาไม่ได้จะได้ดำเนินการส่งต่อ แต่กลับทำให้คนไข้ไม่พอใจ ซึ่งไม่ว่าจะไม่พอใจอย่างไรก็ไม่ควรใช้ความรุนแรง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง สังคมไทยใช้ความรุนแรงอย่างนี้ได้อย่างไร แต่คุณก็กำลังใจดี และต้องชื่นชมหมอที่มีจรรยาบรรณกนการดูแลคนไข้ วันนี้ก็ยังดูแลคนไข้อยู่ไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจุบันพบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ถูกทำร้ายร่างกายมากขึ้น มีแนวทางการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า สังคมส่วนรวมตอนนี้กลายเป็นสังคมที่ใช้ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี สังคมต้องช่วยกัน ตรงนี้คือภาพรวม ในส่วนของกระทรวงก็มีระบบบริหารความเสี่ยงระหว่างผู้ป่วยกับบุคลากรทางการแพทย์ ต้องลดความเสี่ยง และดูแล ห้องที่มีความเสี่ยงมากๆ เช่น ห้องฉุกเฉิน ห้องคลอด หรือโรคบางโรคต้องดูแลให้มีความปลอดภัย เช่นการให้เลือด ไส้ติ่ง ไข้เลือดออกต้องมีระบบการดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วย พร้อมกับมีระบบดูแลความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ไม่ให้ถูกผู้ป่วยลุกมาทำร้าย เหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้น ตอนนี้ในห้องฉุกเฉินจะไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา และให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยดูแล อาจจะต้องมีระบบป้องกันความปลอดภัย 2 ชั้น เพื่อให้เกิดเป็นโมเดลการรักษาความปลอดภัย

วันเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าว ใจความว่า ตามที่มีข้อเท็จจริงเผยแพร่ในsocial media กรณีแพทย์ถูกทำร้ายขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่แพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐนั้น แพทยสภาตามมาตรา7(3)(6)แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม 2525 ในฐานะตัวแทนแพทย์ทั้งประเทศมีความเห็นว่าเป็นการคุกคามและดูหมิ่นเกียรติแห่งวิชาชีพอย่างร้ายแรง โดยไม่ว่ากรณีใดๆก็ไม่สามารถใช้ความรุนแรงต่อแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ได้

Advertisement

“แพทยสภาพร้อมให้การสนับสนุนให้เกิดความปลอดภัย และปราศจากการคุกคามหรือความรุนแรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ทุกรูปแบบ และขอชื่นชมและให้กำลังใจแพทย์ในความอดทนอดกลั้นมิได้ตอบโต้ต่อพฤติการณ์อันก้าวร้าวดังกล่าว” แถลงการณ์ฯ ระบุ

notice-14-08-2016-003

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจเฟซบุ๊กของแพทยสภา หลังจากมีการโพสต์แถลงการณ์ดังกล่าว ปรากฎว่ามีคนแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ  “ขออนุญาตครับ ความเห็นผมคิดว่าคดีนี้ไม่ใช่ทำร้ายร่างกายธรรมดานะครับ น่าจะเป็นการทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ไหมครับ ซึ่งจะมีโทษสูงกว่า อยากให้ฝ่ายกฎหมายแพทยสภาช่วยพิจารณาด้วยครับ”  

ขณะที่บางความคิดเห็นก็บอกว่า “นอกจากแถลงการณ์แล้ว  ได้มีการลงพื้นที่ ช่วยเหลือทั้งทางร่างกาย และจิตใจ รวมถึงการดำเนินคดี ด้วยหรือไม่คะ อย่างไรก็ดี แพทยสภาคือจุดยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่รวมความหวังของแพทย์ทุกคน ขอให้ช่วยดำเนินการอย่าได้ทอดทิ้งหมอน้อยอย่างพวกเราเลยนะคะ” “ออกแถลงการณ์แล้ว ยังไงต่อคะ…” นอกจากนี้ ยังมีการแสดงความคิดเห็นว่า ” น้องหมอคนนี้ได้รับรางวัลบุคคลที่เป็นแบบอย่างความรับผิดชอบ ประจำปี 2559 ของรพ.แม่ใจ ถือเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน น่าสงสารน้อง” 

fss

ด้าน นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่าไม่สนับสนุนความรุนแรง และขอแยกเรื่องนี้เป็น 3 ส่วน 1.เรื่องคนไข้เตะหมอผู้ให้การรักษา ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ถูกต้อง 2.เรื่องหมอใช้คำพูดไม่เหมาะสมหรือใช้อารมณ์กับคนไข้ ก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาที่จะว่ากล่าวตักเตือน 3.เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเก็บกดของสังคม ที่มีรากเหง้ามาจากปัญหาสารพัดในวงการสาธารณสุข ไม่ว่าจะเรื่องหมอน้อยคนไข้เยอะ จนถูกรพ.เอกชนดูดไป การเหน็ดเหนื่อยส่งผลถึงคุณภาพบริการ รวมไปถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่างหมอกับคนไข้ ที่เสียหายแล้วระบบรับผิดชอบไม่เพียงพอ ฯลฯ วันนี้เริ่มปะทุรุนแรงขึ้น ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างบุคคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วย ก่อนที่ความรุนแรงจะลุกลามบานปลาย ด้วยการเร่งผ่านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข (หรือร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข) ที่ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว