สลด! พะยูนตรังตายอีกหนึ่ง หมอยัน โดนพิษเงี่ยงปลากระเบน

21.12.20 | 17:45 น.

สลด! พะยูนตรังตายอีกหนึ่ง หมอยัน โดนพิษเงี่ยงปลากระเบน

วันที่ 21 ธันวาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส. กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์นี้ได้ทราบข่าวการตายของพะยูนถึง 2 ตัว โดยเมื่อ 3 – 4 วันก่อน ตายพร้อมลูกในท้อง บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  ล่าสุดวานนี้ ได้รับรายงาน พะยูนเพศผู้ตายบริเวณเกาะมุก แต่ครั้งนี้คาดว่าเกิดจากถูกเงี่ยงปลายหางปลากระเบน ซึ่งเป็นเหตุจากการต่อสู้ตามธรรมชาติของสัตว์ทะเล อย่างไรก็ตาม รู้สึกกังวลกับจำนวนพะยูนที่ลดจำนวนลงไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ซึ่งทุกฝ่ายคงต้องทำงานกันให้หนักขึ้น ละเอียดขึ้น และร่วมมือกันทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการสูญเสียและลดจำนวนของพะยูน ได้สั่งการให้นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กำกับการชันสูตรหาสาเหตุการตาย และหามาตรการในการเฝ้าระวัง ประชาสัมพันธ์ และสร้างเครือข่ายในพื้นที่ให้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง เร่งดำเนินโครงการตามแผนพะยูนแห่งชาติ เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มจำนวนพะยูนให้ได้ตามเป้าหมายเดิมกำหนดไว้ จำนวน 280 ตัว ในปี 2565

 

 

Advertisement

ด้านนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทช. ผลการชันสูตรโดยคณะสัตวแพทย์ของ ทช.และสัตวแพทย์หญิงปิยฉัตร บัวศรี สัตวแพทย์ประจำสถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีชัยวิทยาเขตตรัง พบว่า พะยูนตัวดังกล่าวเป็นพะยูนเพศผู้ ขนาดโตเต็มวัย น้ำหนักประมาณ 350 กก. สภาพซากเน่า คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 3 วัน ลักษณะภายนอกพบบาดแผลจากรอยเขี้ยวของพะยูนตัวอื่น ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมในฝูงของพะยูนตามธรรมชาติ และรอยบาดแผลถูกของมีคมขนาดกว้าง 1 เซนติเมตร เมื่อเปิดผ่าชันสูตรพบว่าอวัยวะภายในเน่าสลาย ไม่สามารถระบุรอยโรคบ่งบอกสาเหตุความผิดปกติได้ ส่วนของทางเดินอาหารเต็มไปด้วยหญ้าทะเลอัดแน่นเต็มกระเพาะอาหาร และตลอดทั้งทางเดินอาหาร ไม่พบสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ผนังของกระเพาะอาหารเป็นแผลหลุมเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังพบเงี่ยงปลายหางของปลากระเบน ขนาดความยาวประมาณ 11 เซนติเมตร ปักติดอยู่ภายในเนื้อเยื่อบริเวณกระดูกซี่โครงอกด้านซ้ายซี่ที่ 1 และ 2 ทางคณะแพทย์ผู้ชันสูตรจึงสรุปสาเหตุการตายได้ว่าเกิดจากเมือกพิษบริเวณเงี่ยงปลายหางกระเบนแทงทะลุเข้าบริเวณช่องอก ทำให้ ตายโดยฉับพลัน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ อธิบดีทช. กำชับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในการตรวจลาดตระเวนให้เข้มงวดขึ้น หากพบพะยูนที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยให้รีบประสานทีมสัตวแพทย์เพื่อลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือทันที เพื่อจะได้ลดการสูญเสียพะยูนในธรรมชาติ

 

 

นายโสภณ กล่าวว่า จากรายงานสถิติการตายของพะยูนปี 2562 มีทั้งหมด 23 ตัว และในปี 2563 จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 มีพะยูนตาย 20 ตัว ปัจจุบันมีพะยูนในธรรมชาติเพียง 255 ตัว โดยที่จังหวัดตรังมีจำนวนพะยูนมากที่สุด จำนวน 185 ตัว ทช.อยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบประกาศทส. เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่อ.ปะเหลียน อ.หาดสำราญ อ.ย่านตาขาว อ.กันตัง และอ.สิเกา จ.ตรัง เพื่อกำหนดเขตอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล ซึ่งจะครอบคลุมถึงการลดและปล่อยมลสารลงในทะเล การจัดการการท่องเที่ยวเพื่อชมพะยูนและการกำหนดเส้นทางการนำเรือเข้าไปในแนวหญ้าทะเล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแผนงานโครงการเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนพะยูนในประเทศไทยอีกด้วย