ผบ.ตร.พบเบาะแสแก๊งค้าแรงงานเถื่อน หากพบ จนท.รัฐมีเอี่ยว ได้หลักฐานครบลุยจับให้หมด
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวกรณีการขยายผลสืบสวนขบวนการลักลอบแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายจนเป็นสาเหตุทำให้พื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเกิดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อเกิน 1 พันคน และยังลุกลามไปอีกหลายจังหวัดจากแหล่งต้นตอแพกุ้ง ว่า มีเบาะแสแล้ว แต่การดำเนินคดีจะต้องมีพยานหลักฐานด้วย ซึ่งเขาก็ดำเนินการอยู่ ทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ก็ช่วยกันดูแล เรื่องนี้นายกฯได้มอบ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ดูแล
ส่วนเรื่องแรงงานต่างด้าวนั้น เราเน้นเรื่องกระบวนการขนคน ไม่ได้เน้นจับตนต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามา เพราะตอนนี้จะหนีหรือไม่หนีนั้นไม่รู้ แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยต้องดูแล และเราต้องทำให้เขารู้สึกว่ารัฐไทยมีมนุษยธรรมที่จะดูแล เพราะถ้าเราไม่ดูแลเขา คนไทยเองก็จะมีปัญหา จึงฝากถึงผู้ใช้แรงงานชาวเมียนมาจะเข้ามาผิดหรือถูก ก็เรื่องหนึ่ง แต่ขอให้เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เมื่อถามว่า ขบวนการลักลอบนำแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสืบสวนดำเนินการ ถ้าหลักฐานชัดเจนก็ดำเนินคดีหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นเรื่องที่นายกฯเน้นย้ำ
เมื่อถามย้ำว่า เป็นเรื่องที่มีมานานแล้วหรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า เป็นเหมือนของคู่สังคมไทย ถ้าเราทุ่มทรัพยากรเข้าไปปราบปราม ก็จะเบาบางลงไป หากถามว่าจะหมดไปจากประเทศไหม มองว่ายาก เพียงแต่เป็นช่วงเวลาที่ขณะนี้เราทุ่มทรัพยากรลงไป ซึ่งการทำอย่างต่อเนื่องมีข้อจำกัดหลายๆ เรื่อง ก็จะยาก แต่ตอนนี้นโยบายหลักของรัฐบาลชัดเจน เราจะจัดการกับขบวนการแรงงานเถื่อน โดยเฉพาะกระบวนการนำเข้า
เมื่อถามว่า ขบวนการใช้เส้นทางใดในการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ส่วนใหญ่เส้นทางธรรมชาติ ทั้งทางบกและทางเรือ
ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์วันเดียวกันด้วยว่า ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ได้ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้ตรวจตราอย่างเข้มข้น โดยนายกฯ ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัคร นายจ้าง นายหน้า เกี่ยวข้องกับขบวนการแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย จึงกำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และกวาดล้างผู้กระทำความผิด พร้อมเชื่อว่ามีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะอาจเป็นการร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งกัน

