ศบค. รับ โควิด รอบใหม่หนักกว่ารอบแรก ย้ำ ไม่ใช้ยาแรง จว.ปลอดเชื้อ ยังเดินทางได้

27.12.20 | 14:13 น.

ศบค. รับ โควิด รอบใหม่หนักกว่ารอบแรก ย้ำ ไม่ใช้ยาแรง จว.ปลอดเชื้อ ยังเดินทางได้

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)(ศบค.) กล่าวว่า ตัวเลขที่เห็นภายในไม่กี่วันนี้ เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันราย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องสะท้อนความเป็นจริง คือ การระบาดรอบนี้หนักกว่ารอบที่แล้ว แต่มีความรู้ มีสรรพกำลังมากกว่า มีการที่จะเตรียมการมาแล้ว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ย้อนกลับไปเดือนกุมภาพันธ์ ขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่เมื่อประชาชนรับทราบว่าหน้ากากผ้าสามารถป้องกันได้ ทุกคนก็ร่วมกันใช้หน้ากากผ้า เพื่อให้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์มีเพียงพอสำหรับบุคลากรแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้โรงงานสามารถผลิตได้มากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อวัน ดังนั้นเราต้องตรึงราคาเอาไว้ ไม่ให้สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนร่วมกันใส่หน้ากากป้องกันให้ได้ 100% โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ขอให้แพทย์ ผู้ป่วย และผู้สัมผัสผู้ป่วยใช้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ป่วยให้สวมหน้ากากผ้า

“มาตรการจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ถ้าร่วมมือกันโดยที่ไม่ต้องใช้กฎหมาย ก็ไม่ต้องล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว และที่สำคัญ คนที่เล่น คนที่เปิดกิจการที่ผิดกฎหมาย ทำตามสิ่งที่ถูกกฎหมาย คือ ไม่เปิด ไม่เล่น ห้างร้านที่มีภาพของสถานบันเทิงกลางคืน ทำตามข้อกฎหมายที่ว่าไว้ ไม่ต้องมีกฎหมายแรง ไม่ต้องใช้ยาแรง เพราะฉะนั้นความร่วมมือเป็นเรื่องที่สำคัญ เราไม่ต้องการจำกัดอิสรภาพของทุกๆ ท่าน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในโอกาสปีใหม่ถ้าประชาชนร่วมมือกันก็สามารถไปพบปะกันได้ในกลุ่มเล็กๆ เป็นครอบครัว เพื่อนฝูงกันได้ ฉะนั้น คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

กรณีความกังวลของประชาชนว่าจะสามารถออกไปท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เน้นย้ำในจังหวัดที่มีการติดเชื้อสูง ไม่ควรในการเคลื่อนย้าย ข้อมูลล่าสุดรายงานไปแล้ว 38 จังหวัด แต่พื้นที่ควบคุมสูงสุด จะมีอยู่ประมาณ 2 จังหวัด คือ สมุทรสาครและระยอง แต่ในระยองเองก็มีพื้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน ทั้งนี้ ศบค. ไม่ต้องการให้เกิดมาตรการที่เข้มเกินไป จึงขอให้รับฟังมาตราการจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก

Advertisement

“การเดินทางข้ามจังหวัดอีก 30 กว่าจังหวัดที่ไม่ได้ติดเชื้อ ก็เชื่อว่ายังสามารถทำได้ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจตรึงตัวเกินไป การตัดสินใจ เราใช้ทางสายกลาง ผู้ที่สัมผัสหรือผู้ที่เสี่ยงเท่านั้น ที่จะต้องรับผิดชอบดูแลตนเองอย่างสูงที่สุด แต่ว่าถ้าคนอื่นทั่วไปก็ไม่เป็นไร ส่วนบริษัทที่คิดว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องให้พนักงานมาพบปะเจอกัน ก็ใช้การทำงานจากที่บ้าน(work from home) อันนี้ก็เป็นมาตรการที่เราปล่อยให้เป็นธรรมชาติในการที่จะยืดหยุ่นปรับกันได้ คงขอให้ภาครัฐต้องสั่งเข้ม เราจะสั่งเข้มเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่านั้น แต่ก็ยังค่อนข้างที่จะอ่อนตัวให้ฝ่ายปกครองในจังหวัดประกาศมาตรการ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว