โควิดรอบใหม่ หนักกว่ารอบแรก ศบค.ย้ำไม่ใช้ยาแรง ยอดเช็กอิน ‘ไทยชนะ’ พุ่งขึ้นเป็น 7 แสน
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)(ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า แผนที่แสดงจังหวัดที่พบผู้ป่วยที่รับรักษาเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับ จ. สมุทรสาคร พบใน 38 จังหวัดทั่วประเทศ โดยใช้สีฟ้าไล่ตามความเข้มและอ่อนตามจำนวนผู้ติดเชื้อในพื้นที่ เพื่อให้เห็นการกระจายซึ่งเป็นไปตามหลักการของโรคระบาด ประชาชนรวมถึงชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย จะต้องรับทราบและช่วยกันป้องกันโรค
“หลายคนบอกว่าสี เดี๋ยวเอาไปเป็นสีโทนต่างๆ จะมีประเด็น มีปัญหา พูดกันเยอะเหมือนกัน วันนี้เราใช้เป็นสีฟ้าไปก่อนแล้วกัน แต่บางคนบอกว่า สีเป็นสากล ก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่ต้องไปโยงอะไรกับเรื่องอื่น ผมอยู่ตรงนี้ก็ต้องรับฟังทุกเรื่องทุกด้าน วันนี้ขอใช้สีฟ้าไปก่อนแล้วกัน ก็คงไม่ว่ากัน แต่ว่ายังไงก็ตามแต่เราก็จะใช้โทนของสีที่เข้ม สีที่ต่างกันแตกต่างกันไป” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า จากการประชุม ศบค.ช่วงเช้า (วันที่ 27ธ.ค.) มีเรื่องที่ต้องเน้นย้ำและขอความร่วมมือจากทุกคน ทุกชาติในประเทศไทยด้วยมาตรการ DMH-TT ตามความหมาย D – Distancing การเว้นระยะห่างระหว่างกัน M-Mask wearing สวมหน้ากากอนามัย H-Hand Washing หมั่นล้างมือ T-Testing ตรวจอุณหภูมิร่างกาย ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในบางกรณี และ T-Thaichana การลงทะเบียนในแอพพลิเคชั่นไทยชนะ
“กระทรวงดิจิตอลฯ รายงานว่ายอดการเช็กอินไทยชนะจากเดิม 3 แสนพุ่งขึ้นเป็น 7 แสนครั้ง อย่างไรก็ตามแต่ ขอให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยสำคัญของการควบคุมโรค หากได้รับความร่วมมือจากทุกคน ก็จะไม่ใช้มาตรการที่แรงไปกว่านี้ เท่านี้ก็เพียงพอ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)(ศบค.) กล่าวเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ว่า ตัวเลขที่เห็นภายในไม่กี่วันนี้ เพิ่มขึ้นเป็นหลักพันราย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องสะท้อนความเป็นจริงคือ การระบาดรอบนี้หนักกว่ารอบที่แล้ว แต่มีความรู้ มีสรรพกำลังมากกว่า มีการที่จะเตรียมการมาแล้ว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ย้อนกลับไปเดือนกุมภาพันธ์ ขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่เมื่อประชาชนรับทราบว่าหน้ากากผ้าสามารถป้องกันได้ ทุกคนก็ร่วมกันใช้หน้ากากผ้า เพื่อให้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์มีเพียงพอสำหรับบุคลากรแพทย์และผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้โรงงานสามารถผลิตได้มากกว่า 1 ล้านชิ้นต่อวัน ดังนั้นเราต้องตรึงราคาเอาไว้ ไม่ให้สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนร่วมกันใส่หน้ากากป้องกันให้ได้ 100% โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ขอให้แพทย์ ผู้ป่วย และผู้สัมผัสผู้ป่วยใช้ ส่วนผู้ที่ยังไม่ป่วยให้สวมหน้ากากผ้า
“มาตรการจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ถ้าร่วมมือกันโดยที่ไม่ต้องใช้กฎหมาย ก็ไม่ต้องล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว และที่สำคัญ คนที่เล่น คนที่เปิดกิจการที่ผิดกฎหมาย ทำตามสิ่งที่ถูกกฎหมาย คือ ไม่เปิด ไม่เล่น ห้างร้านที่มีภาพของสถานบันเทิงกลางคืน ทำตามข้อกฎหมายที่ว่าไว้ ไม่ต้องมีกฎหมายแรง ไม่ต้องใช้ยาแรง เพราะฉะนั้นความร่วมมือเป็นเรื่องที่สำคัญ เราไม่ต้องการจำกัดอิสรภาพของทุกๆ ท่าน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในโอกาสปีใหม่ถ้าประชาชนร่วมมือกันก็สามารถไปพบปะกันได้ในกลุ่มเล็กๆ เป็นครอบครัว เพื่อนฝูงกันได้ ฉะนั้นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ
กรณีความกังวลของประชาชนว่าจะสามารถออกไปท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เน้นย้ำในจังหวัดที่มีการติดเชื้อสูง ไม่ควรรเคลื่อนย้าย ข้อมูลล่าสุดรายงานไปแล้ว 38 จังหวัด แต่พื้นที่ควบคุมสูงสุด จะมีอยู่ประมาณ 2 จังหวัด คือ สมุทรสาครและระยอง แต่ในระยองเองก็มีพื้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพนัน ทั้งนี้ศบค.ไม่ต้องการให้เกิดมาตรการที่เข้มเกินไป จึงขอให้รับฟังมาตราการจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก
“การเดินทางข้ามจังหวัดอีก 30 กว่าจังหวัดที่ไม่ได้ติดเชื้อ ก็เชื่อว่ายังสามารถทำได้ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจตึงตัวเกินไป การตัดสินใจ เราใช้ทางสายกลาง ผู้ที่สัมผัสหรือผู้ที่เสี่ยงเท่านั้น จะต้องรับผิดชอบดูแลตนเองอย่างสูงที่สุด แต่ว่าถ้าคนอื่นทั่วไปก็ไม่เป็นไร ส่วนบริษัทที่คิดว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องให้พนักงานมาพบปะเจอกัน ก็ใช้การทำงานจากที่บ้าน(work from home) อันนี้ก็เป็นมาตรการที่เราปล่อยให้เป็นธรรมชาติในการที่จะยืดหยุ่นปรับกันได้ คงขอให้ภาครัฐต้องสั่งเข้ม เราจะสั่งเข้มเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดเท่านั้น แต่ก็ยังค่อนข้างที่จะอ่อนตัวให้ฝ่ายปกครองในจังหวัดประกาศมาตรการ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

