อัจฉริยะ หอบหลักฐานร้องปปป. เอาผิดขบวนการเอี่ยวลอบขนแรงงานเถื่อนเข้าปท.

28.12.20 | 13:05 น.

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารหลักฐานกรณีทุจริตรับสินบน ขบวนการลักลอบนำเข้า แรงงานต่างด้าวจากจังหวัดกาญจนบุรีมาจังหวัดสมุทรสาคร ยื่นต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดีตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ฐานเป็นละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา157 โดยมีพ.ต.อ.สมศักดิ์ เนียมเล็ก ผกก.5 บก.ปปป เป็นตัวแทนรับมอบ


นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า การเข้าร้องทุกข์วันนี้จะเปิดโปงรายชื่อตำรวจและฝ่ายปกครองจำนวน 10 คนมีตั้งแต่ระดับล่าง ถึง ระดับสูง ซึ่งทำเป้าขบวนการยาวนานกว่า 1 ปี โดยล็อตแรกที่ดำเนินการเอาผิดจะเอาผิดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีและพวกจำนวน 10 ราย แล้วจะทยอยเอาผิดข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหลังจากปีใหม่นี้ที่จะเป็นระดับจังหวัด ทหาร และฝ่ายปกครอง ซึ่งการนำข้อมูลยื่นต่อเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมมีพยานหลักฐานที่มีความผิดชัดเจน โดยเฉพาะรายชื่อนายหน้าจะมีประมาณกว่า 100 คน ซึ่งเป็นนายหน้าในจังหวัดกาญจนบุรีที่แอบลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งแผนผังความเกี่ยวข้องตลอดจนเส้นทางการเงินของขบวนการนี้

โดยในรายของผู้บังคับการจังหวัด ก็จะดำเนินการเอาผิดในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปล่อยประละเลยให้มีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ อีกทั้งปล่อยให้มีการลักลอบนำรถออกไปทางชายแดนโดยผิดกฎหมาย รวมทั้ง ปล่อยให้มีการลักลอบยาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งในส่วนนี้จะทราบหรือไม่ ก็ไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องมีเพียงการสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาเท่านั้น

สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการนี้ทำมานานกว่า 1 ปี โดยจะมีนายหน้าจากฝั่งไทยและฝั่งพม่า นำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนรู้เห็นอำนวยความสะดวกให้ ซึ่งมีค่าดำเนินการอยู่ที่รายละ 10,000-15,000 บาท และเมื่อเข้ามาแล้วจะมีการเสียรายเดือนให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฉลี่ยรายละ500-1000 บาท ทั้งนี้ขบวนการดังกล่าวยังมีการอ้างว่าเงินที่ได้จากการลักลอบขนแรงงานแต่ละครั้งจะนำไปให้ข้าราชการระดับสูงเพื่อเป็นการวิ่งเต้น ให้สามารถคงตำแหน่งในพื้นที่ไว้ได้ ซึ่งจากข้อมูลพบอีกว่ามีการขนแรงงานตั้งแต่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิดรอบใหม่ 3 เดือน และปัจจุบันนี้ก็ยังมีการลักลอบขนอยู่ นอกจากนี้ในพื้นที่ยังพบการกระทำผิดอื่นๆ เช่น การลักลอบขนรถผิดกฎหมายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ยาเสพติด และ สินค้าหนีภาษี

Advertisement

พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจรับเรื่องร้องทุกข์แล้ว หลังจากนี้จะสอบปากคำ และใช้ระยะพิจารณาข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐานภายใน 30 วัน ก่อนจะส่งข้อมูลให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป

ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เปิดเผยว่ารับทราบข้อมูลเบื้องต้นว่านายอัจฉริยะ ไปยื่นเรื่องที่ บก.ปปป. แล้วตนรับฟังทุกฝ่าย ก็มีกระบวนการที่จะทำให้ความจริงกระจ่าง ขอให้กลไกการทำงานได้ดำเนินการไป เวลาตรวจสอบไม่ได้ทำด้านเดียว และไม่ได้ใช้ทีมเดียว ก็ต้องเอาข้อมูลต่างๆ มาประกอบกันเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและเกิดความกระจ่าง โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อีกทั้งเปิดเผยว่า มีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลพื้นที่ในจ.สมุทรสาคร ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 1 นาย อย่างไรก็ตามได้ทำประกันสุขภาพให้กับตำรวจที่ไปปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จ.สมุทรสาครแล้ว กว่า 1 พันนาย นอกจากนี้ยังฝากอวยพรถึงประชาชนคนไทยว่า เราต้องช่วยกันนำพาประเทศไทย ต้องรักกัน สามัคคีกัน เพื่อให้ผ่านวิกฤตด้วยกันไปได้