เครือข่ายหยุดพนัน จี้ รบ.จริงใจแก้บ่อน ยอมรับความจริง เพื่อจัดการเป็นระบบ ชี้ยิ่งซ่อนยิ่งเสียหายหนัก  

ภาพประกอบโควิด

เครือข่ายหยุดพนัน จี้ รบ.จริงใจแก้บ่อน ยอมรับความจริง เพื่อจัดการเป็นระบบ ชี้ยิ่งซ่อนยิ่งเสียหายหนัก

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นายธนากร  คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน  กล่าวถึงกรณีหญิงอายุ 55 ปี ติดเชื้อโควิด-19 ในบ่อนพนันพื้นที่จังหวัดระยอง ส่งผลให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มวันเดียวถึง 27 รายและสะสมแล้ว 36 ราย ว่า  ปรากฏการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากบ่อนพนันในจังหวัดระยองนี้ถือเป็นครั้งที่สอง โดยห่างจากครั้งที่แล้วประมาณ 6 เดือน น่าจะสะท้อนให้เห็นอาการการ์ดตกของภาครัฐ โดยเฉพาะตำรวจและฝ่ายปกครองที่ปล่อยให้มีบ่อนพนัน ทั้งที่มีบทเรียนมาแล้วว่าบ่อนพนันเป็นแหล่งใหญ่ของการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19

สังคมคงต้องถามไปที่รัฐบาลว่าจะรับผิดชอบต่อเรื่องนี้อย่างไร  เพราะการหย่อนยานน่าจะมีเหตุมาจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐรับสินบน จึงไม่บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ทั้งที่การเอาผิดกับบ่อนพนันมีกฎหมายเป็นดาบอาญาสิทธิ์ถึงสามฉบับ ทั้งพ.ร.บ.การพนัน  พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดทั้งจำทั้งปรับแต่กลับละเลย

“สิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังพร้อมกับการเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่ทุจริต มีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดการลักลอบเล่นพนันเป็นบ่อนขนาดเล็กที่กระจายตัวตามที่ต่างๆ มากขึ้น เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว และนักพนันจำพวกหนึ่งเสพติดการตั้งวงเล่นพนันจึงดิ้นรนจะออกไปหาที่เล่น นี่เป็นกลุ่มที่หนึ่ง

“อีกกลุ่มหนึ่งคือการพนันทางออนไลน์ ซึ่งเจ้ามือเว็บพนันออนไลน์ อาจฉวยโอกาสนี้กระตุ้นยอดลูกค้าด้วยวิธีการที่ทะลุทะลวงเพื่อเข้าถึงผู้คนให้มากที่สุด โดยการหลอกว่าเป็นช่องทางการหาเงินแบบเล่นง่ายได้เงินจริง  ยิ่งในภาวะที่ผู้คนเริ่มหวั่นไหวกับภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ จะทำให้คนที่รู้ไม่เท่าทันตกไปเป็นเหยื่อโดยเฉพาะเกมพนันบาคาร่า แทงบอล สล็อต  ยิงปลา และหวยรายชั่วโมง ที่สร้างความสูญเสียแก่เหยื่อพนันจำนวนมาก ขณะนี้มีคนทุกข์หนักเพราะการพนันออนไลน์เพิ่มมากขึ้นหลายหมื่นคนในเวลาไม่กี่เดือน” นายธนากรกล่าว

 

นายธนากร คมกฤส
นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว

ด้าน นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า การออกมาบอกว่าไม่มีบ่อนพนันในพื้นที่ระยอง เป็นเรื่องตลกร้าย คล้ายๆ กับตรวจไม่เจอสลากขายเกินราคา ข่าวล่าสุดบอกว่ามีการลงพื้นที่ที่ตกเป็นข่าว ก็ไม่พบหลักฐานอะไรมีเพียงห้องเปล่ายิ่งทำให้ประชาชนขวัญผวาหนัก เพราะรู้กันอยู่ว่ามีคนจำนวนมากที่เป็นนักเล่น พนักงานในบ่อน  รวมถึงการขนย้ายสิ่งของที่ติดเชื้อ รับการสัมผัสจากผู้ป่วยโควิด ก็ไม่รู้เอาของพวกนั้นไปไว้ไหน ใครเข้ามาสัมผัสไปแล้วบ้าง  และคนที่สัมผัสนั้นไปไหนต่อ

หากยังซ่อนความจริงกันแบบนี้จะเสียหายหนัก ไม่เป็นผลดีเลยทั้งต่อความเชื่อมั่นและการป้องกันแก้ไขปัญหา จึงอยากให้ยอมรับความจริงกัน เพื่อให้กลไกการทำงานสู้โควิดจัดการได้อย่างอย่างเป็นระบบ

“ในช่วงปีใหม่นี้อยากขอให้เพื่อนๆเยาวชน ประชาชน ดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท หยุดพฤติกรรมรวมกลุ่มตั้งวงเล่นไพ่ เลี่ยงการจัดกิจกรรมสังสรรค์ งดเว้นการเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด รวมถึงการปฏิบัติตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด (สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ) และขอให้ทุกจังหวัดสั่งห้ามจัดกิจกรรมการแข่งขันชกมวย การชนไก่ ชนโคฯลฯ รวมทั้งห้ามอนุญาตให้มีการเล่นการพนันประเภทอื่นๆในทุกจังหวัด ตลอดจนขอให้ประชาชนร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสสถานที่ลักลอบเล่นการพนันส่งตรงถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อและความรุนแรงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19” นายณัฐพงศ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ระยองแถลงปมคนโบกรถบ่อนระยองป่วยโควิด-มีโรคประจำตัว เสียชีวิตขณะนำส่งรพ.ระยอง
บทความถัดไป‘เท่าพิภพ’ แนะแก้กฎหมายการพนันขึ้นบนดิน แบข้อดี แก้ปมโควิด-ลดคอร์รัปชั่น-เพิ่มภาษีพัฒนาประเทศ