“อรรถพล”นายกสมาคมเเปดริ้วเเถลงผลงานสมาคม ชูฉะเชิงเทราจะเป็น Hubท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-วัฒนธรรมริมน้ำ

28.12.20 | 17:33 น.

“อรรถพล” นายกสมาคมเเปดริ้ว เเถลงผลงานสมาคม ชูฉะเชิงเทราจะเป็น Hub การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-วัฒนธรรมริมน้ำ จัดงานวิ่งปั่นจักรยานระดมทุนตั้งเป้า10ล้านบริจาคสร้างอาคารอุปกรณ์การเเพทย์ รพ.คลองเขื่อน


เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการในฐานะนายกสมาคมชาวฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายประโยชน์ โสรัชกิจ ประธานหอการค้า สโมสรไลออนส์ นายจิตกร เผด็จศึก ประธานชมรมวิ่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดวิ่งการกุศลในวันวาเลนไทม์อาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 วิ่ง 2 วัด 2 ตำบล เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายในวันแห่งความรักชื่นชมธรรมชาติริมแม่น้ำบางปะกง เพื่อสืบสานวิถีชุมชน และยังได้ร่วม บำรุงพระพุทธศาสนา

Advertisement

จากวัดท่าอิฐและวัดผาณิตาราม รุ่น 14 กิโล start เวลา 05.30 น.รุ่น 6 กิโล start เวลา 05.45 น.และ cutof 14 กิโลเวลา 08.30 (3 ชม.) และ 6 กิโลเวลา 08.00 น. (2 ชม.15 นาที) และสำหรับผู้สูงอายุ 70 ปี วิ่งฟรี ค่าสมัคร 6 กิโล 400 บาท 14 กม.500 บาท พิเศษ vip ค่าสมัคร 2,000 บาท เลือกวิ่งได้ทั้ง 2 ระยะทาง ผู้สมัครจะได้รับรางวัล เสื้อ เหรียญที่ระลึกหลวงพ่อพุทธโสธร และถ้วยรางวัล ผู้สมัครรับเสื้อที่บริเวณศาลาวัดไชยภูมิธาราม (วัดท่าอิฐ) วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 64 เวลา 09.00 -20.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 14 กพ.เวลา 03.00-05.00 น. สมัครและติดต่อได้ที่ http://mece.thai.pun/padiewrdnforlove

นายอรรถพล กล่าวถึงผลงานภารกิจการดำเนินงานของสมาคมชาวฉะเชิงเทราในปีต่อไป ว่า เมื่อตนได้เป็นนายกสมาคมชาวฉะเชิงเทราก็ได้มีการทาบทาม นายจิตกร เผด็จศึก ซึ่งมีตำเเหน่งในหอการค้าจังหวัดเเละเป็นประธานชมรมกิจกรรมวิ่งของชาวฉะเชิงเทราเข้ามาเป็นกรรมการเพื่อหาเเนวทางว่าจะทำอย่างไรให้ชาวฉะเชิงเทราได้มีสุขภาพเเข็งเเรง จึงจัดกิจกรรมเดินวิ่ง ปั่นจักรยาน เพื่อสุขภาพ การเกษตรเเละการท่องเที่ยว

ในครั้งนี้ สมาคมชาวฉะเชิงเทราได้ร่วมกับหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ,ชมรมวิ่งเมืองเเปดริ้ว, สโมสรไลอ้อนท์ อบต.บางพระ, ชุมชนวัดท่าอิฐ,อบต.บางหมุน,เเละชุมชนวัดผาณิตตาราม จัดกิจกรรมให้ประชาชนมีสุขภาพเเข็งเเรง สมัยตนเป็นอัยการจังหวัดมีน้ำหนักถึง80 ก.ก.ก็ได้ไปลองสมัครชมรมเดินวิ่งจนน้ำหนักลดลงมาเหลือ65 ก.ก.ก่อนนี้เคยคิดว่าคงจะอยู่ได้อายุ50-60 เเต่ตอนนี้ตน70ปีเเล้วสุขภาพยังคิดว่าไปได้ต่อ การเดินวิ่งจึงเป็นการลงทุนที่ใช้ปัจจัยน้อยมาก เมื่อได้ปรึกษานายจิตกรในเรื่องการส่งเสริมให้ดูเเลสุขภาพ จึงจัดวิ่งเพื่อสุขภาพมีหลายระยะทาง ตนเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยหลายเเห่งได้เเจ้งเรื่องการจัดรายการวิ่งดังกล่าวไปได้รับการตอบรับที่ดี คาดว่าการจัดวิ่งครั้งนี้จะมีผู้สมัครไม่น้อยกว่า2,500 คน รวมถึงบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมหลายคนที่สนใจในเรื่องการออกกำลังกาย เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ จึงได้กำหนดวันที่ 14 ก.พ.หรือวันวาเลนนไทน์ที่จะถึงนี้ โดยการจัดงานวิ่งนี้เราไม่ได้มองเรื่องกำไรเพราะเเม้จะมีการจัดเก็บค่าเสื้อเเต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการจัดงานวิ่งส่วนมากมักขาดทุน นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ เจ้าของคาราบาวเเดงซึ่งเป็นชาวเเปดริ้วยินดีสนับสนุน

ชาวฉะเชิงเทราเราจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติได้ต่อเมื่อมีสุขภาพเเข็งเเรงซึ่งต้องมาจากการดูเเลตัวเองด้วยการออกกำลังกายไม่ว่ารูปเเบบใด รวมถึงสถานพยาบาล ตรงนี้จึงเป็นภารกิจหลักของสมาคม ตั้งเเต่อดีตจังหวัดเรามีความสำคัญหลายเรื่อง อย่างเรื่องการท่องเที่ยวที่เราต้องเน้น รวมทั้ง จังหวัดฉะเชิงเทราถือเป็นเมืองเกษตรกรรมเเต่ในปัจจุบันกำลังเป็นเมืองอุตสหกรรมการกระทำใดที่จะให้การเกษตรเเละอุตสหกรรมไปด้วยกัน จึงต้องมีวิทยาการพืชสารปลอดสารพิษเพื่อให้การเกษตรเป็นที่พึ่งพาของประชาชน  การเกษตรที่ดีต้องไม่ใช่การผลิตอย่างเดียวจึงไปได้รอด เราต้องเอาเทคโนโลยีทางอุตสหกรรมมาใช้ในการเกษตร

ในภารกิจที่ผ่านมาเมื่อมารับตำเเหน่งทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้บริจาคเครื่องช่วยหายใจ มูลค่า1.2ล้านบาทให้กับ โรงพยาบาลพุทธโสธร พร้อมฟื้นฟูประเพณี โดยได้การทอดกฐินที่วัดผาณิตาราม บริจาคโป๊ะ2เเห่งมูลค่า4ล้านบาทจากเมื่อได้สัมผัสประเพณีดังกล่าวพบว่าบรรยากาศ2ข้างทางเเม่น้ำบางประกงสวยที่สุดในประเทศไทย มีทั้งวัดเเละสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ จึงคิดกันว่าสิ่งสำคัญที่น่าสนใจโดดเด่นของเเปดริ้วคือเรื่องของการท่องเที่ยว เเละการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เเข็งเเรงเราจึงจัดงานวิ่งเพื่อจะบอกว่าชาวฉะเชิงเทราเราต้องมีสุขภาพเเข็งเเรงมีอายุยืนยาวอย่างน้อย90ปี ซึ่งจะเป็นไปได้ต้องออกกำลังกาย เเละการวิ่งครั้งนี้เราจะโชว์ถึงเเหล่งท่องเที่ยว เเม้ช่วงนี้จะมีโควิด19 ซึ่งอาจจะส่งผลเกี่ยวกับการจัดงานเเต่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเเปดริ้วโดยเฉพาะหลวงพ่อโสธรจะช่วยดลบันดาลให้จัดได้

นอกจากนี้เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ  และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำโดยหลังจากจบงานวิ่ง  ทางจังหวัดฉะเชิงเทรา  มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ  และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำจัดงานที่วัดท่าอิฐ  ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรา  จะถือโอกาสสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้กับเรือของวัดผาณิตารามในส่วนของวัดท่าอิฐ  ทางสมาคม  โดยนาน จิตรกร  เผด็จศึก  อุปนายกสมาคม  ได้ต่อเรือและจะมอบให้กับชุมชนวัดท่าอิฐ  โดยเรือทั้ง 2 ลำที่สมาคมชาวฉะเชิงเทราร่วมสนับสนุน  เพื่อให้ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำและ  สัมผัสวิถีชีวิต ของชุมชนริมน้ำและจะทำการมอบให้ชุมชนทั้ง 2 ต่อไปในวันงาน  ที่วัดท่าอิฐ

ด้านสาธารณสุข เราได้มีงานออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่  ที่อุทยานพระพิฆเนศ  อ.คลองเขื่อน

ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา  ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจรักษาพยาบาลให้แก่ ประชาชนชาวฉะเชิงเทราและอำเภอใกล้เคียง  ในวันที่  24 ม.ค. 2564    ที่อุทยานพระพิฆเนศ อำเภอคลองเขื่อน  ตั้งแต่เวลา 8.00 น.เป็นต้นไป  โดยได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์  ทีมทันตแพทย์  ทีมเภสัชกร  ตลอดจนจิตอาสาจากทุกภาคส่วน สิ่งที่ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้จัดเตรียมให้บริการแก่พี่น้องประชาชน ในอำเภอคลองเขื่อน  และในอำเภอใกล้เคียงในเรื่องของการตรวจรักษาพยาบาลจากทีมแพทย์สามารถรองรับการตรวจรักษาได้  300 – 500  ราย

ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรายังมีการตรวจสายตา และถ้าหากตรวจพบว่ามีปัญหาด้านสายตา  เราได้เตรียมบริการตัดแว่นสายตาให้ฟรี จำนวน  300 รายในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาว ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้จัดเตรียมผ้าห่ม จำนวน 500  ผืน  เพื่อมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ยากจนด้วยในวันดังกล่าว  สมาคมชาวฉะเชิงเทรานอกจากจะมีการตรวจของแพทย์และทันตแพทย์แล้วยังจัดอาหารกลางวันให้ประชาชน  ที่มาในวันนั้นอีกด้วย

นายอรรถพลกล่าวว่า หลังจากงานวิ่งเเละงานหน่วยเเพทย์เคลื่อนที่เเล้วทางสมาคมยังจัดงานปั่นขอพรตรีพิฆเนศ  มหาเทพไอยรา แห่งลุ่มน้ำบางปะกง @ ฉะเชิงเทรา ( BIKE  FOR  OM  GASNESHA )  ที่อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน  อำเภอ คลองเขื่อนกำหนดการที่จะจัดช่วงเดือน  เมษายน  2564 วัตถุประสงค์หลักรายได้ทั้งหมด  จะมอบให้โรงพยาบาลคลองเขื่อน เราตั้งเป้าไว้ที่จำนวน 10 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคารเเละอุปกรณ์การเเพทย์ในการรองรับผู้ป่วยเเละโรคระบาดโควิดในอนาคต

วัตถุประสงค์รอง คือ  ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด  และเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของชุมชน กำหนดการจะทำพิธีเปิด โดยการมอบเงินให้ โรงพยาบาลคลองเขื่อน  และปล่อยขบวนจักรยาน  ที่อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อนในเวลา  07.45 น.

จุดพักที่ 1 วัดโพรงอากาศ (พระพิฆเนศ ปางประธานพร ระยะทาง  20 กิโลเมตร)

จุดพักที่ 2 วัดสมานรัตนราม (พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข ระยะทาง  40 กิโลเมตร)

พักรับประทานอาหารกลางวัน (ใช้คูปองอาหาร)

จุดพักที่ 3 สวนมะพร้าวคุณราตรี  (ทานมะพร้าวอ่อน ระยะทาง  48 กิโลเมตร)

จุดพักที่ 4 อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน  (พระพิฆเนศ ปางสำเร็จสมปารถนา ระยะทาง  52 กิโลเมตร) โดยจบโครงการและรับเหรียญที่ระลึก  ที่ อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน  ค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมด ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรา  รับผิดชอบทั้งหมด  ไฮไลท์ของงานคือ การปั่นจักรยานขอพรพระพิฆเนศ  3 ปาง 3 อำเภอ ในงานเดียวกัน

ในด้านสิ่งเเวดล้อมเรายังมีโครงการปลูกป่า  และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี พ.ศ.2563-2570 ซึ่งสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เป็น คณะทำงานโครงการปลูกป่า  และป้องกันไฟป่า  จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี พ.ศ.2563-2570  จังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำโครงการปลูกป่า  และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะเวลา เดือนตุลาคม 2463-กรกฎาคม 2570 ในเนื้อที่ 9,303.17 ไร่  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  28  กรกฎาคม  ของทุกปี  เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ  สังคม  และเศรษฐกิจ  สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน  เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน  ผู้ที่รับผิดชอบและสนับสนุนโครงการปลูกป่า  และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทราในครั้งนี้ประกอบด้วยทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา อันจะทำให้เกิดความ อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป ในปี 2564 ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรา ตั้งเป้าจะปลูกป่าจำนวน  100 ไร่  ที่อำเภอท่าตะเกียบ

เรายังมีโครงการแก้ปัญหาช้างอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนที่ อำเภอ ท่าตะเกียบซึ่ง เป็นบริเวณที่ช้างป่าพักอาศัยอยู่นอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์  เข้าไปหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน  จึงกลายเป็นปัญหาความขัดแย้ง  ระหว่างคนกับช้างป่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการจัดการความขัดแย้งของคนกับช้างป่าเพื่อให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ซึ่งแปลว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร”  พระราชทานแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ช้างกลับคืนสู่ป่า ด้วยวิธีการฟื้นฟูป่า จัดหาแหล่งน้ำและแหล่งอาหาร นำร่องเรื่องการพัฒนาชุมชน

ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้  จากอาชีพที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของชุมชนที่ได้รับกระทบจากช้างป่ามีปัจจัยสำคัญที่จะส่งให้เกิดผลสำเร็จ คือ 1.การปรับทัศนคติในการอยู่ร่วมกับช้างได้อย่างเหมาะสม และเข้าใจลักษณะ พฤติกรรมของคนและช้าง    2.การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่ไม่เป็นศัตรูของช้างป่า และสามารถมีแหล่งอาหารประเภทเดียวกัน   3. การสร้างแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอต่อความต้องการของคนและช้างป่า ที่เอื้ออำนวยวิถีชีวิตของช้างป่ากับคนได้อย่างเหมาะสมลงตัว   4. การบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วนทั้งในและนอกพื้นที่อย่างแท้จริง  5. การจัดทำแผนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาของช้างในแต่ละหน่วยงาน ต้องมีความเชื่อมโยง และส่งต่องานกันอย่างครบวงจร (Value Chain)

ซึ่งการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาของช้างป่าในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยการน้อมนำเอาแนวทางโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์  ที่มีวัตถุประสงค์การเนินงานเพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช    บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการแก้ไขปัญหา การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า รวมทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน มาใช้เพื่อสร้างต้นแบบในการปรับเปลี่ยนวิถีเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างสมดุลในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบต่อไป

ด้านการเกษตร เรามีเป้าหมายสร้างให้ฉะเชิงเทรา  ให้เป็นมหานครแห่งเกษตรปลอดภัยโดยการสนับสนุนเกษตรกรให้ทำเป็นเกษตรปลอดภัยและจะกำหนดราคาให้เกษตรกร  ในราคาที่สมเหตุสมผล  และเป็นราคาที่ เราประกันราคาให้เกษตรกร  โดยหลักการจะเอาเงินจากผู้บริโภคมาจ่าย  เนื่องจากสินค้า  เราประกันในเรื่องความปลอดภัย  ไม่มียาฆ่าแมลง  โดยมีมาตาฐาน GMP โดยจะมีการทำ SUPER MARKET  เกษตรกร  ที่หน้าสำนักงาน สปก.  ฉะเชิงเทรา  เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร  ได้ทั้งจังหวัด  โดยใช้แนวทางตลาดนำการผลิต    ราคาแน่นอน  ประกันราคาไม่ตกต่ำ  จองสินค้าผ่านการผลิตเพื่อขาย

สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำว่าการทำงานของสมาคมจะไม่ใช่เรื่องการเมืองทำให้เราสามารถทำได้ทุกรูปเเบบเพื่อให้ชาวฉะเชิงเทรา รวมถึงคนที่มาอยู่ในจังหวัด เเละคนในประเทศเเละต่างประเทศ โดยภายหลังเเถลงผลงานเเละทิศทางในปีหน้าเสร็จ นายอรรถพล ได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพลเนื่องในวันครบรอบวันเกิดโดยมีสมาชิกสมาคมฉะเชิงเทราเเละข้าราชการประชาชนที่เคารพนับถือกันร่วมทำบุญ พร้อมทั้งเป่าเค้กเเละเข้าอวยพรวันเกิดเเละรับของที่ระลึกจากนายอรรถพล

โดยในวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอรรถพลยังเป็นประธานทอดผ้าป่าสร้างองค์พระพุทธรัตน์อรรถพลสมปราถนาฯ(หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา)หน้ากว้าง5.99เมตร สูง15.99 เมตรที่วัดไชยอาวาส จังหวัดพะเยา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชารวม 2,190,381บาท