“อรรถพล” นายกสมาคมเเปดริ้ว เเถลงผลงานสมาคม ชูฉะเชิงเทราจะเป็น Hub การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ-วัฒนธรรมริมน้ำ จัดงานวิ่งปั่นจักรยานระดมทุนตั้งเป้า10ล้านบริจาคสร้างอาคารอุปกรณ์การเเพทย์ รพ.คลองเขื่อน

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการในฐานะนายกสมาคมชาวฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายประโยชน์ โสรัชกิจ ประธานหอการค้า สโมสรไลออนส์ นายจิตกร เผด็จศึก ประธานชมรมวิ่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดวิ่งการกุศลในวันวาเลนไทม์อาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 วิ่ง 2 วัด 2 ตำบล เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายในวันแห่งความรักชื่นชมธรรมชาติริมแม่น้ำบางปะกง เพื่อสืบสานวิถีชุมชน และยังได้ร่วม บำรุงพระพุทธศาสนา

จากวัดท่าอิฐและวัดผาณิตาราม รุ่น 14 กิโล start เวลา 05.30 น.รุ่น 6 กิโล start เวลา 05.45 น.และ cutof 14 กิโลเวลา 08.30 (3 ชม.) และ 6 กิโลเวลา 08.00 น. (2 ชม.15 นาที) และสำหรับผู้สูงอายุ 70 ปี วิ่งฟรี ค่าสมัคร 6 กิโล 400 บาท 14 กม.500 บาท พิเศษ vip ค่าสมัคร 2,000 บาท เลือกวิ่งได้ทั้ง 2 ระยะทาง ผู้สมัครจะได้รับรางวัล เสื้อ เหรียญที่ระลึกหลวงพ่อพุทธโสธร และถ้วยรางวัล ผู้สมัครรับเสื้อที่บริเวณศาลาวัดไชยภูมิธาราม (วัดท่าอิฐ) วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 64 เวลา 09.00 -20.00 น. และวันอาทิตย์ที่ 14 กพ.เวลา 03.00-05.00 น. สมัครและติดต่อได้ที่ http://mece.thai.pun/padiewrdnforlove

นายอรรถพล กล่าวถึงผลงานภารกิจการดำเนินงานของสมาคมชาวฉะเชิงเทราในปีต่อไป ว่า เมื่อตนได้เป็นนายกสมาคมชาวฉะเชิงเทราก็ได้มีการทาบทาม นายจิตกร เผด็จศึก ซึ่งมีตำเเหน่งในหอการค้าจังหวัดเเละเป็นประธานชมรมกิจกรรมวิ่งของชาวฉะเชิงเทราเข้ามาเป็นกรรมการเพื่อหาเเนวทางว่าจะทำอย่างไรให้ชาวฉะเชิงเทราได้มีสุขภาพเเข็งเเรง จึงจัดกิจกรรมเดินวิ่ง ปั่นจักรยาน เพื่อสุขภาพ การเกษตรเเละการท่องเที่ยว
ในครั้งนี้ สมาคมชาวฉะเชิงเทราได้ร่วมกับหอการค้าจังหวัดฉะเชิงเทรา ,ชมรมวิ่งเมืองเเปดริ้ว, สโมสรไลอ้อนท์ อบต.บางพระ, ชุมชนวัดท่าอิฐ,อบต.บางหมุน,เเละชุมชนวัดผาณิตตาราม จัดกิจกรรมให้ประชาชนมีสุขภาพเเข็งเเรง สมัยตนเป็นอัยการจังหวัดมีน้ำหนักถึง80 ก.ก.ก็ได้ไปลองสมัครชมรมเดินวิ่งจนน้ำหนักลดลงมาเหลือ65 ก.ก.ก่อนนี้เคยคิดว่าคงจะอยู่ได้อายุ50-60 เเต่ตอนนี้ตน70ปีเเล้วสุขภาพยังคิดว่าไปได้ต่อ การเดินวิ่งจึงเป็นการลงทุนที่ใช้ปัจจัยน้อยมาก เมื่อได้ปรึกษานายจิตกรในเรื่องการส่งเสริมให้ดูเเลสุขภาพ จึงจัดวิ่งเพื่อสุขภาพมีหลายระยะทาง ตนเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยหลายเเห่งได้เเจ้งเรื่องการจัดรายการวิ่งดังกล่าวไปได้รับการตอบรับที่ดี คาดว่าการจัดวิ่งครั้งนี้จะมีผู้สมัครไม่น้อยกว่า2,500 คน รวมถึงบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมหลายคนที่สนใจในเรื่องการออกกำลังกาย เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ จึงได้กำหนดวันที่ 14 ก.พ.หรือวันวาเลนนไทน์ที่จะถึงนี้ โดยการจัดงานวิ่งนี้เราไม่ได้มองเรื่องกำไรเพราะเเม้จะมีการจัดเก็บค่าเสื้อเเต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการจัดงานวิ่งส่วนมากมักขาดทุน นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ เจ้าของคาราบาวเเดงซึ่งเป็นชาวเเปดริ้วยินดีสนับสนุน
ชาวฉะเชิงเทราเราจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติได้ต่อเมื่อมีสุขภาพเเข็งเเรงซึ่งต้องมาจากการดูเเลตัวเองด้วยการออกกำลังกายไม่ว่ารูปเเบบใด รวมถึงสถานพยาบาล ตรงนี้จึงเป็นภารกิจหลักของสมาคม ตั้งเเต่อดีตจังหวัดเรามีความสำคัญหลายเรื่อง อย่างเรื่องการท่องเที่ยวที่เราต้องเน้น รวมทั้ง จังหวัดฉะเชิงเทราถือเป็นเมืองเกษตรกรรมเเต่ในปัจจุบันกำลังเป็นเมืองอุตสหกรรมการกระทำใดที่จะให้การเกษตรเเละอุตสหกรรมไปด้วยกัน จึงต้องมีวิทยาการพืชสารปลอดสารพิษเพื่อให้การเกษตรเป็นที่พึ่งพาของประชาชน การเกษตรที่ดีต้องไม่ใช่การผลิตอย่างเดียวจึงไปได้รอด เราต้องเอาเทคโนโลยีทางอุตสหกรรมมาใช้ในการเกษตร
ในภารกิจที่ผ่านมาเมื่อมารับตำเเหน่งทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้บริจาคเครื่องช่วยหายใจ มูลค่า1.2ล้านบาทให้กับ โรงพยาบาลพุทธโสธร พร้อมฟื้นฟูประเพณี โดยได้การทอดกฐินที่วัดผาณิตาราม บริจาคโป๊ะ2เเห่งมูลค่า4ล้านบาทจากเมื่อได้สัมผัสประเพณีดังกล่าวพบว่าบรรยากาศ2ข้างทางเเม่น้ำบางประกงสวยที่สุดในประเทศไทย มีทั้งวัดเเละสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ จึงคิดกันว่าสิ่งสำคัญที่น่าสนใจโดดเด่นของเเปดริ้วคือเรื่องของการท่องเที่ยว เเละการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เเข็งเเรงเราจึงจัดงานวิ่งเพื่อจะบอกว่าชาวฉะเชิงเทราเราต้องมีสุขภาพเเข็งเเรงมีอายุยืนยาวอย่างน้อย90ปี ซึ่งจะเป็นไปได้ต้องออกกำลังกาย เเละการวิ่งครั้งนี้เราจะโชว์ถึงเเหล่งท่องเที่ยว เเม้ช่วงนี้จะมีโควิด19 ซึ่งอาจจะส่งผลเกี่ยวกับการจัดงานเเต่เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเเปดริ้วโดยเฉพาะหลวงพ่อโสธรจะช่วยดลบันดาลให้จัดได้

นอกจากนี้เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำโดยหลังจากจบงานวิ่ง ทางจังหวัดฉะเชิงเทรา มีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำจัดงานที่วัดท่าอิฐ ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรา จะถือโอกาสสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้กับเรือของวัดผาณิตารามในส่วนของวัดท่าอิฐ ทางสมาคม โดยนาน จิตรกร เผด็จศึก อุปนายกสมาคม ได้ต่อเรือและจะมอบให้กับชุมชนวัดท่าอิฐ โดยเรือทั้ง 2 ลำที่สมาคมชาวฉะเชิงเทราร่วมสนับสนุน เพื่อให้ชุมชนนำไปใช้ประโยชน์สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำและ สัมผัสวิถีชีวิต ของชุมชนริมน้ำและจะทำการมอบให้ชุมชนทั้ง 2 ต่อไปในวันงาน ที่วัดท่าอิฐ
ด้านสาธารณสุข เราได้มีงานออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่อุทยานพระพิฆเนศ อ.คลองเขื่อน
ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการตรวจรักษาพยาบาลให้แก่ ประชาชนชาวฉะเชิงเทราและอำเภอใกล้เคียง ในวันที่ 24 ม.ค. 2564 ที่อุทยานพระพิฆเนศ อำเภอคลองเขื่อน ตั้งแต่เวลา 8.00 น.เป็นต้นไป โดยได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์ ทีมทันตแพทย์ ทีมเภสัชกร ตลอดจนจิตอาสาจากทุกภาคส่วน สิ่งที่ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้จัดเตรียมให้บริการแก่พี่น้องประชาชน ในอำเภอคลองเขื่อน และในอำเภอใกล้เคียงในเรื่องของการตรวจรักษาพยาบาลจากทีมแพทย์สามารถรองรับการตรวจรักษาได้ 300 – 500 ราย
ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรายังมีการตรวจสายตา และถ้าหากตรวจพบว่ามีปัญหาด้านสายตา เราได้เตรียมบริการตัดแว่นสายตาให้ฟรี จำนวน 300 รายในช่วงนี้เป็นช่วงหน้าหนาว ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้จัดเตรียมผ้าห่ม จำนวน 500 ผืน เพื่อมอบให้แก่พี่น้องประชาชนที่ยากจนด้วยในวันดังกล่าว สมาคมชาวฉะเชิงเทรานอกจากจะมีการตรวจของแพทย์และทันตแพทย์แล้วยังจัดอาหารกลางวันให้ประชาชน ที่มาในวันนั้นอีกด้วย

นายอรรถพลกล่าวว่า หลังจากงานวิ่งเเละงานหน่วยเเพทย์เคลื่อนที่เเล้วทางสมาคมยังจัดงานปั่นขอพรตรีพิฆเนศ มหาเทพไอยรา แห่งลุ่มน้ำบางปะกง @ ฉะเชิงเทรา ( BIKE FOR OM GASNESHA ) ที่อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน อำเภอ คลองเขื่อนกำหนดการที่จะจัดช่วงเดือน เมษายน 2564 วัตถุประสงค์หลักรายได้ทั้งหมด จะมอบให้โรงพยาบาลคลองเขื่อน เราตั้งเป้าไว้ที่จำนวน 10 ล้านบาทเพื่อสร้างอาคารเเละอุปกรณ์การเเพทย์ในการรองรับผู้ป่วยเเละโรคระบาดโควิดในอนาคต
วัตถุประสงค์รอง คือ ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด และเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของชุมชน กำหนดการจะทำพิธีเปิด โดยการมอบเงินให้ โรงพยาบาลคลองเขื่อน และปล่อยขบวนจักรยาน ที่อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อนในเวลา 07.45 น.
จุดพักที่ 1 วัดโพรงอากาศ (พระพิฆเนศ ปางประธานพร ระยะทาง 20 กิโลเมตร)
จุดพักที่ 2 วัดสมานรัตนราม (พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข ระยะทาง 40 กิโลเมตร)
พักรับประทานอาหารกลางวัน (ใช้คูปองอาหาร)
จุดพักที่ 3 สวนมะพร้าวคุณราตรี (ทานมะพร้าวอ่อน ระยะทาง 48 กิโลเมตร)
จุดพักที่ 4 อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน (พระพิฆเนศ ปางสำเร็จสมปารถนา ระยะทาง 52 กิโลเมตร) โดยจบโครงการและรับเหรียญที่ระลึก ที่ อุทยานพระพิฆเนศคลองเขื่อน ค่าใช้จ่ายในการจัดงานทั้งหมด ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรา รับผิดชอบทั้งหมด ไฮไลท์ของงานคือ การปั่นจักรยานขอพรพระพิฆเนศ 3 ปาง 3 อำเภอ ในงานเดียวกัน
ในด้านสิ่งเเวดล้อมเรายังมีโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี พ.ศ.2563-2570 ซึ่งสมาคมชาวฉะเชิงเทราได้รับแต่งตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เป็น คณะทำงานโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี พ.ศ.2563-2570 จังหวัดฉะเชิงเทราได้จัดทำโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะเวลา เดือนตุลาคม 2463-กรกฎาคม 2570 ในเนื้อที่ 9,303.17 ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ของทุกปี เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ผู้ที่รับผิดชอบและสนับสนุนโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า จังหวัดฉะเชิงเทราในครั้งนี้ประกอบด้วยทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา อันจะทำให้เกิดความ อุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป ในปี 2564 ทางสมาคมชาวฉะเชิงเทรา ตั้งเป้าจะปลูกป่าจำนวน 100 ไร่ ที่อำเภอท่าตะเกียบ
เรายังมีโครงการแก้ปัญหาช้างอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืนที่ อำเภอ ท่าตะเกียบซึ่ง เป็นบริเวณที่ช้างป่าพักอาศัยอยู่นอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เข้าไปหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน จึงกลายเป็นปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างคนกับช้างป่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานในการจัดการความขัดแย้งของคนกับช้างป่าเพื่อให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ซึ่งแปลว่า “น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร” พระราชทานแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ช้างกลับคืนสู่ป่า ด้วยวิธีการฟื้นฟูป่า จัดหาแหล่งน้ำและแหล่งอาหาร นำร่องเรื่องการพัฒนาชุมชน
ดังนั้นเพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้ จากอาชีพที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของชุมชนที่ได้รับกระทบจากช้างป่ามีปัจจัยสำคัญที่จะส่งให้เกิดผลสำเร็จ คือ 1.การปรับทัศนคติในการอยู่ร่วมกับช้างได้อย่างเหมาะสม และเข้าใจลักษณะ พฤติกรรมของคนและช้าง 2.การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่ไม่เป็นศัตรูของช้างป่า และสามารถมีแหล่งอาหารประเภทเดียวกัน 3. การสร้างแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอต่อความต้องการของคนและช้างป่า ที่เอื้ออำนวยวิถีชีวิตของช้างป่ากับคนได้อย่างเหมาะสมลงตัว 4. การบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วนทั้งในและนอกพื้นที่อย่างแท้จริง 5. การจัดทำแผนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาของช้างในแต่ละหน่วยงาน ต้องมีความเชื่อมโยง และส่งต่องานกันอย่างครบวงจร (Value Chain)
ซึ่งการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาของช้างป่าในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยการน้อมนำเอาแนวทางโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ที่มีวัตถุประสงค์การเนินงานเพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการแก้ไขปัญหา การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่า รวมทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน มาใช้เพื่อสร้างต้นแบบในการปรับเปลี่ยนวิถีเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างสมดุลในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบต่อไป
ด้านการเกษตร เรามีเป้าหมายสร้างให้ฉะเชิงเทรา ให้เป็นมหานครแห่งเกษตรปลอดภัยโดยการสนับสนุนเกษตรกรให้ทำเป็นเกษตรปลอดภัยและจะกำหนดราคาให้เกษตรกร ในราคาที่สมเหตุสมผล และเป็นราคาที่ เราประกันราคาให้เกษตรกร โดยหลักการจะเอาเงินจากผู้บริโภคมาจ่าย เนื่องจากสินค้า เราประกันในเรื่องความปลอดภัย ไม่มียาฆ่าแมลง โดยมีมาตาฐาน GMP โดยจะมีการทำ SUPER MARKET เกษตรกร ที่หน้าสำนักงาน สปก. ฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าของเกษตรกร ได้ทั้งจังหวัด โดยใช้แนวทางตลาดนำการผลิต ราคาแน่นอน ประกันราคาไม่ตกต่ำ จองสินค้าผ่านการผลิตเพื่อขาย

สุดท้ายนี้ขอเน้นย้ำว่าการทำงานของสมาคมจะไม่ใช่เรื่องการเมืองทำให้เราสามารถทำได้ทุกรูปเเบบเพื่อให้ชาวฉะเชิงเทรา รวมถึงคนที่มาอยู่ในจังหวัด เเละคนในประเทศเเละต่างประเทศ โดยภายหลังเเถลงผลงานเเละทิศทางในปีหน้าเสร็จ นายอรรถพล ได้ทำบุญถวายภัตตาหารเพลเนื่องในวันครบรอบวันเกิดโดยมีสมาชิกสมาคมฉะเชิงเทราเเละข้าราชการประชาชนที่เคารพนับถือกันร่วมทำบุญ พร้อมทั้งเป่าเค้กเเละเข้าอวยพรวันเกิดเเละรับของที่ระลึกจากนายอรรถพล
โดยในวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายอรรถพลยังเป็นประธานทอดผ้าป่าสร้างองค์พระพุทธรัตน์อรรถพลสมปราถนาฯ(หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา)หน้ากว้าง5.99เมตร สูง15.99 เมตรที่วัดไชยอาวาส จังหวัดพะเยา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชารวม 2,190,381บาท


