เช็กด่วน! 5อำเภอใน จ.ระยอง สธ.ขอให้สังเกตอาการ 14 วัน ชี้อากาศไม่ถ่ายเทยิ่งเสี่ยงโควิด-19
วันนี้ (30 ธันวาคม 2563) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป และปฏิบัติราชการรองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19 ในประเทศไทย
นพ.โอภาส กล่าวว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 250 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 241 ราย เป็นช่วงพบผู้ป่วยมาก ดังนั้นจะมีการออกมาตรการควบคุม โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุด เช่น สมุทรสาคร ระยอง ฯลฯ ช่วงเทศกาลปีใหม่มาตรการที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้คือ การงดกิจกรรม และหากงดเดินทางได้ก็จะเป็นการดี แต่ถ้ามีกิจกรรมขอให้เป็นกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม ไม่เป็นกิจกรรมในที่สาธารณะที่มีการรวมกันในคนหมู่มาก สอดคล้องกับมาตรการของ ศบค. ส่วนรายละเอียดว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ลงรายละเอียดต่อไป จึงต้องติดตามจากประกาศทั้ง 2 ส่วน
“หลังจากที่มีเหตุการณ์ระบาดที่ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร มีการแพร่กระจายไปในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้พบ 48 จังหวัด ส่วนใหญ่ที่พบผู้ป่วยมากจะอยู่ในสมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร ระยอง ชลบุรี และใกล้เคียง ส่วนพื้นที่อื่นจะพบผู้เดินทางจากตลาดกลางกุ้ง จากเหตุการณ์บ่อนในระยอง เดินทางออกไป แต่ยังส่วนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนั้น ยังสอบสวนควบคุมโรคได้ จึงไม่มีการแพร่กระจายออกไป ดังนั้น ภาพรวมที่เราจะให้ความสนใจคือ กรุงเทพฯ ปริมณฑล สมุทรสาคร ระยอง และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมีมาตรการดำเนินงานอย่างเข้มข้น” นพ.โอภาส กล่าว
นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ จ.ระยอง และกรุงเทพฯ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับสถานบันเทิง ยิ่งช่วงปีใหม่ก็จะมีกิจกรรมฉลองกันมากขึ้น ดังนั้น ที่ประชุม ศปค.สธ. จึงมีมติให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ทำแผนความพร้อมรับมือให้เหมาะสมกับสถานการณ์จังหวัดของตนเอง ตามพื้นที่ 4 ระดับ คือ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุด 2.พื้นที่ควบคุม 3. พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด และ 4.พื้นที่เฝ้าระวัง ส่วนการจัดกิจกรรมปีใหม่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดให้งดจัด ส่วนพื้นที่เฝ้าระวังขอให้ลดการจัด ยกเว้นในครอบครัว หากจะจัดต้องได้รับอนุญาต นอกจากนี้ หากจะจัดขอให้จัดแบบออนไลน์ เช่น สวดมนต์ข้ามปี ส่วนแรงงานต่างด้าวให้อยู่ภายในพื้นที่จังหวัด อยู่ในที่พักตนเอง ไม่เดินทางข้ามจังหวัด งดการไปมาหาสู่เพื่อนต่างด้าวของตนเอง และให้นายจ้างช่วยตรวจสอบดูแลลูกจ้างไม่ให้ออกนอกโรงงานหรือที่พัก

นพ.โอภาส กล่าวว่า รวมทั้งให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เคาะประตูบ้านให้ความรู้ประชาชน และตรวจสอบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาหรือไม่ หากพบเห็นให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ ขณะที่ ประชาชนขอให้หลีกเลี่ยงสถานที่เสี่ยง เช่น ตลาดกลางกุ้ง สถานที่ลักลอบเล่นการพนัน สถานบันเทิง ถือเป็นจุดเสี่ยง ยิ่งสถานที่ผิดกฎหมายเมื่อไปสอบสวนโรคก็มักไม่บอกความจริง ยิ่งช่วงโควิด-19 มีการเปิดบ่อนถือว่าอันตรายต่อประเทศมาก พวกเราประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน นพ.โสภณ กล่าวว่า เหตุการณ์พบผู้ป่วยที่เดินกลับจาก จ.ระยอง ความเสี่ยงคือ มีผู้เดินทางไป จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ในวันที่ 17-20 ธันวาคม เนื่องจากมีผู้ป่วยมาจากพื้นที่ระบาด รายที่ 1 หญิง อายุ 57 ปี มีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น เจ็บคอ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ไปรับการตรวจวินิจฉัยที่โรงพยาบาล (รพ.) เมื่อสอบสวนโรคพบผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้ร่วมเดินทางและครอบครัว ได้แก่ ย่า เป็นหญิงอายุ 68 ปี, ปู่ ชายอายุ 66 ปี, หลาน หญิงอายุ 4 ปีและคนที่เป็นมารดาและบิดา อายุ 41 ปี โดยช่วงวันที่ 25-27 ธันวาคม มีผลตรวจพบเชื้อในกลุ่มนี้ ทั้งนี้ เป็นการตรวจพบเชื้อในจำนวนที่มากผิดปกติ
“ด้วยข้อมูลนี้ทำให้เราส่งสัญญาณเตือนพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งทยอยรายงานเข้ามาว่าพบผู้เชื้อในพื้นที่ต่างจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง จังหวัดละ 1 ราย มีประวัติเดินทางจาก จ.ระยอง ช่วงก่อนหน้าที่จะตรวจพบเชื้อ นอกจากนี้ยังมี อำนาจเจริญ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี จันทบุรี ตราด และชลบุรี ซึ่งรวม 9 จังหวัดที่เกี่ยวข้องกัน” นพ.โสภณ กล่าว
นพ.โสภณ กล่าวว่า ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติเดินทางไป จ.ระยอง ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.แกลง อ.บ้านฉาง อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านค่าย ซึ่งขณะนี้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดแล้ว มีความเสี่ยงไปในสถานที่ลักลอบเล่นการพนันหรือพื้นที่พบผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 หากพบอาการป่วยไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ขอให้เข้ารับการตรวจรักษาที่ รพ.ใกล้บ้าน โดยในระหว่างนี้ขอให้สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเข้าสถานที่อัด ซึ่งหากเฝ้าระวังจนครบ 14 วันหลังจากกลับมา จะพ้นระยะความเสี่ยงซึ่งถือว่าปลอดภัย
นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า อีกเหตุการณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับร้านอาหารและสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ ซึ่งข้อมูลวันที่ 29 ธันวาคม พบผู้ป่วย 22 ราย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุด ทำให้พบผู้ป่วยรวมเป็น 33 ราย ส่วนใหญ่มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ จึงขอให้ผู้ที่ท่องเที่ยวในสถานบันเทิงแถวพาต้าปิ่นเกล้า สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างจากคนอื่น จนครบ 14 วัน ในระหว่างนี้หากพบอาการป่วยสามารถเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ทันที
“ทั้ง 2 เหตุการณ์ที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในสถานที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท และผู้เข้าใช้บริการส่วนหนึ่งไม่สวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีผู้ติดเชื้อเข้าไป ก็มีโอกาสรับเชื้อได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงสถานที่เหล่านี้” นพ.โสภณ กล่าว

