หมอธีระวัฒน์แนะ คุมโควิดคู่ขนาน ล็อกพื้นที่ ควบเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเข้มข้น

31.12.20 | 08:34 น.

หมอธีระวัฒน์แนะ คุมโควิด-19 คู่ขนาน ล็อกพื้นที่ ควบเร่งค้นหาผู้ติดเชื้อเข้มข้น

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 รอบใหม่ ในประเทศไทย ว่า

ล็อกดาวน์จริงแต่ทะลุทะลวงจากภายใน กันเศรษฐกิจถดถอย

ศ นพ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา
31/12/63

กระบวนการตรวจคัดกรองที่ต้องพิจารณาการครอบคลุมประชาชนให้ได้มากที่สุดเป็นเชิงรุกโดยแท้จริง และดูต้นทุนของประเทศจากงบประมาณที่มีอยู่ และนี่เป็น Aggressive testing ชาญฉลาด

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563 ได้แสดงความเห็น ที่ต้องให้ล็อคดาวน์ระยะแรกเข้มข้น 3 สัปดาห์ ไม่เกินนั้น และสามารถฉลองสงกรานต์ทัน ด้วยลักษณะการระวังตัว โดยมีการตรวจหาผู้ติดเชื้อใหม่อย่างต่อเนื่อง
และรายการโหนกระแส เป็นต้น….
สถานการณ์รอบแรกผ่านไปได้ด้วยดี แต่การล็อกดาวน์มีระยะยาวซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

Advertisement

ขณะที่ เดือนธันวาคม 2563 เป็นการระบาดระลอกใหม่ ที่ลุกลามไปทุกพื้นที่
แต่กระบวนการที่ควรใช้ในขณะนี้สามารถกระทำในลักษณะ ผสมผสาน คือการล็อกดาวน์ จริงในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ แต่ในเวลาเดียวกัน “ค้นหาผู้ติดเชื้อในพื้นที่นั้น” พร้อมกัน โดยไม่ต้องรอให้จบ 14 หรือ 21 วัน และทำการแยกผู้ติดเชื้อ ออกอย่างเด็ดขาด
ถ้าแยกที่บ้านไม่ได้ต้องมีสถานที่ ให้พำนัก และดูอาการ
ถ้าเริ่มผิดปกติเข้าโรงพยาบาล โดยเตรียมโรงพยาบาลสนามในแต่ละพื้นที่หริอจังหวัด ทั้งนี้โอกาสที่จะมีผู้ป่วยที่มีอาการและต้องได้รับการรักษาโดยมีจำนวนเกินห้องความดันลบหรือห้องแยกในโรงพยาบาล มีโอกาสเป็นไปได้

การหาผู้ติดเชื้อในขณะที่ล็อกดาวน์นี้ ต้องกระทำด้วยความรวดเร็ว ถ้าครอบคลุมประชาชนทุกคนในพื้นที่ได้จะยิ่งดี จะด้วย

ก. กระบวนการหาเชื้อ แยงจมูก ซึ่งต้องทราบข้อจำกัดในการปฏิบัติ ความเสี่ยงต่อผู้ปฎิบัติ และต้นทุน 2500 บาทต่อครั้ง โดยที่การตรวจครั้งที่หนึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ต้องทำการตรวจเป็นระยะทุกเจ็ดวันไปอีกสองครั้ง
(กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมควบคุมโรคได้แถลงตั้งแต่เดือนเมษายน พฤษภาคม และซ้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมว่ามีความสามารถตรวจได้วันละ เป็น 10,000 รายและเป็น 100,000 รายได้ในสัปดาห์)

ข. การเจาะเลือดปลายนิ้วที่ชุดตรวจ คัดกรอง ต้องมีความไวสูงสุดและ “ออกแบบให้ไม่หลุด” โดยถ้าตรวจครั้งแรกได้ผลลบ ต้องตรวจครั้งที่สองในอีกห้าถึงเจ็ดวันถัดมาและสรุปได้เลย ราคาของชุดตรวจ อยู่ที่ประมาณ 200 บาทจนถึง 700 บาทต่อครั้ง และถ้าได้ผลบวกอาจไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ต่อ เช่นตามด้วยการตรวจเลือดมาตรฐานซึ่งต้องเสียเงินอีก 1000 บาทหรือต้องทำการหาเชื้อแยงจมูกอีกสามครั้งในเวลา 14 วัน
ทั้งนี้ไม่สนใจว่าเลือดที่บวกนี้แสดงว่าเป็นการติดเชื้อนานแล้วซึ่งหายแล้ว หรือเป็นการติดเชื้อที่กำลังเกิดใหม่และแพร่เชื้อได้
เพียงแต่แยกคนเคยติดเชื้อหรือกำลังติดเชื้อทั้งหมดนี้ออกไปก่อน

กระบวนการหาคนติดเชื้อและแยกตัว ควรต้องทำโดยมุ่งเน้นไม่ให้เศรษฐกิจหรือระบบสาธารณสุข พินาศในจังหวัดหรือในพื้นที่นั้นก่อนโดย

1- คัดคนที่ต้องไม่ติดเชื้อเลยในกลุ่มที่เป็นเจ้าหน้าที่จนกระทั่งถึงแรงงานในโรงงานขนาดต่างๆรวมกระทั่งถึงนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ธุรกิจสำหรับประเทศยังเดินต่อไปได้
และรวมถึงคนที่จะเข้าโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทุกคนซึ่งถ้ามีการติดเชื้อ โรงพยาบาลจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ดีที่สุด และกระทบผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาอย่างอื่น

2- กลุ่มคนเหล่านี้ที่ผ่านการคัดกรอง ยังคงมีวินัยและความเข้มงวดในการทำงานเช่นเดิม และรอเวลาให้การคัดกรองคนในพื้นที่ ที่อยู่ในกลุ่มอาชีพอื่น เสร็จสิ้นเพื่อให้คนกลุ่มทำงาน และคนในพื้นที่ทั้งหมด สามารถผ่อนปรนและมีชีวิตภายนอกได้มากขึ้นตามลำดับ

3- ทันทีที่การคัดกรองด้วยเทคนิคต่างๆครอบคลุมคนในพื้นที่ในจังหวัดนั้นๆ จบลงภายในสามสัปดาห์ จะเริ่มมีกิจกรรมเสมือนเข้าใกล้ปกติได้ โดยมีข้อพิสูจน์ของการผ่านการตรวจคัดกรองของแต่ละบุคคลในวันเวลาใด
4- ประชาชนในอนาคตต่อไปจะมีการตรวจเป็นประจำในระยะแรกทุกหนึ่งสัปดาห์เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น เป็นทุกสองสัปดาห์ โดยยังคงมีวินัยตามปกติ ลักษณะดังกล่าวจะทำให้การดำเนินชีวิตการทำธุรกิจสถานบริการ ดำเนินไปได้

ทั้งนี้การตรวจสอบจะเป็นในระดับบุคคลด้วยเทคนิค ควบรวมกับเกณฑ์ปฏิบัติเดิมคือการพิจารณากิจกรรมสถานที่ความเสี่ยงของพฤติกรรมในสถานที่นั้นๆ

และนี่เป็นกระบวนการตรวจคัดกรองที่ต้องพิจารณาการครอบคลุมประชาชนให้ได้มากที่สุดเป็นเชิงรุกโดยแท้จริงและดูต้นทุนของประเทศจากงบประมาณที่มีอยู่ และนี่เป็น Aggressive testing ชาญฉลาด