ทส.หนุนค้าไม้จากสวนป่า การันตี 24 แห่ง 10 โรงงาน ผ่านมาตรฐานสากล

15.08.16 | 16:27 น.

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ ชนินทยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ร่วมเปิดโครงการเผยแพร่ป่าไม้อย่างยั่งยืนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และมอบใบรับรองการจัดการป่าไม้และระบบควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าไม้ ให้กับสวนป่าและโรงงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เข้าร่วมโครงการ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การเสริมสร้างมาตรฐานการปลูกสร้างป่าเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็นพัฒนาและวางระบบมาตรฐานการบริหารจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนในธุรกิจของประเทศไทยให้กับภาครัฐ ผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มบริษัท เอกชนให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับระดับสากล สร้างความได้เปรียบทางการค้าในธุรกิจป่าไม้ในการแข่งขันกับกลุ่มประเทศอาเซียน ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและความยั่งยืนของทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งในกิจกรรมนี้มีสวนป่าที่ผ่านการรับรองฯ มี 24 สวนป่า เป็นสวนป่าภาครัฐ 19 สวนป่า เนื้อที่ 228,654 ไร่ และสวนป่าภาคเอกชน 5 สวนป่า เนื้อที่ 6,634.49 ไร่

ผู้อำนวยการ อ.อ.ป. กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดทำระบบควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าไม้ เพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายไม้ และตรวจสอบแหล่งที่มาเพื่อลดการทำลายป่าไม้ธรรมชาติ ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมไม้ของภาครัฐและเอกชนผ่านการรับรองมาตรฐาน 10 แห่ง ได้แก่ บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ จำกัด หจก.วิจิตรปาเก้ หจก.โรงเลื่อยจักรท่าเสา ศูนย์ถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมไม้ร้องกวาง โรงเลื่อยแม่เมาะ โรงเลื่อยไม้สักและผลิตภัณฑ์บางโพ บริษัท โตเกียวพาราวู๊ด (1986) จำกัด บริษัท ถาวรลำปาง จำกัด บริษัท คอนติเนนตัล บรรจุภัณฑ์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท เฮงชัยวู๊ด อิมเอ็กซ์พอร์ต จำกัด เป็นต้น
ด้านนายไกรสร สว่างเดชารักษ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.โรงเลื่อยจักรท่าเสา หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการที่ อ.อ.ป. ขึ้นตั้งแต่ปี 2557 และได้รับใบรับรองจากโครงการฯ ว่า นับว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ในธุรกิจการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ของตนเป็นอย่างมาก ซึ่งตนมีพื้นที่สวนป่าไม้สัก 1,200 ไร่ มีเป้าหมายที่จะใช้ไม้ที่ตัดสางขยายระยะ ไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เพื่อการส่งออก ส่วนใหญ่ไม้ที่ได้นั้นจะมีขนาดเล็ก จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ขนาดเล็กได้อย่างมาก อีกทั้งโครงการนี้ มีการกำกับดูแลตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รู้ถึงแหล่งที่มาของสินค้า เป็นที่พอใจของลูกค้า ตลอดจนไม้ที่ปลูกยังได้รับการรับรองตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่าเป็นสินค้าไม้ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย