‘ไผ่’ ชี้รุนแรงเชิงโครงสร้าง คือการ ‘ยกระดับ 112’ ฝากรัฐรับฟัง-ทบทวนตัวเอง เหตุ ‘ลูกไม้เดิมไม่เป็นผล’

4.01.21 | 16:04 น.

‘ไผ่’ ชี้ รุนแรงเชิงโครงสร้าง คือการ ‘ยกระดับ 112’ ฝากรัฐ รับฟัง-ทบทวนตัวเอง เหตุ ‘ลูกไม้เดิมไม่เป็นผล’

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ สน.สำราญราษฎร์ แกนนำ 7 รายได้แก่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด แกนนำคณะประชาชนปลดแอก, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ อดีตประธานสหภาพนักเรียน นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.), น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เดินทางเข้ารับทราบข้อหา คดีอาญา 555/2563 ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางมารอให้กำลังใจ ตั้งแต่ก่อนเวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ ภายหลังรับทราบข้อกล่าวหา นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลเรื่องการแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 112 ว่า เราเห็นได้ชัดว่ามาตรา 112 คือเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้ในการปิดกั้นเสรีภาพในการพูดถึงในการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอย่างตรงไปตรงมา จากสิ่งที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่า ภาครัฐกลัวการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น ถึงขั้นที่จะต้องใช้กฎหมายขั้นรุนแรงมากขึ้น เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว เพื่อกดเพดานสิทธิเสรีภาพในการพูดถึงสถาบัน


“การยกระดับความรุนแรงทางโครงสร้าง คือการยกระดับ 112 ซึ่งหลายคนกลัว เพราะไม่มีแนวพิพากษาที่เป็นบรรทัดฐาน กฎหมายนี้จึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือสร้างความกลัว แค่เอาออกมาใช้ แต่บังคับใช้ไม่ได้จริง

ซึ่งส่วนตัวมองว่า 112 วันนี้แตกต่างจากเดิม แต่รัฐยังคงทำเหมือนเดิม ทุกอย่างไม่ได้เหมือนเดิม ผลของมันไม่เหมือนเดิม ณ วันนี้ไม่ได้มีใครกลัวอีกต่อไปแล้ว ทุกคนยังคงเดินหน้าพูดต่อไป ส่วนเรื่อง ม.112 ที่เพื่อนๆ หรือคนอื่นๆ โดน ยังมีกรณีปฏิทิน และอีกหลายกรณีที่ไม่ได้รับความสนใจหรือถูกพูดถึง พวกเราต้องช่วยกันพูดถึงและเป็นหูเป็นตา ไม่ว่า 112 เกิดขึ้นกับใคร ต้องช่วยกัน และเราต้องต่อสู้ด้วย เพราะกฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม ควรยกเลิก

Advertisement

“ส่วนตัวมองว่ามาตรการในการต่อสู้ 112 คือการยกเลิก 112 สมัยก่อนมีการรณรงค์ให้แก้ไขมาตรา 112 เมื่อรัฐบาลไม่ยอมปฏิรูป ไม่ยอมแก้ไขกฏหมาย 112 ณ วันนี้จึงเป็นการยกเลิก 112 ซึ่งรัฐควรจะต้องทบทวนตนเองเช่นกันว่าจะใช้กฎหมายเดิมๆ เล่นลูกไม้เดิมๆ ตามจับแบบเดิมๆ ไม่ได้ผลอีกต่อไป แทนที่จะมารับฟังและปฏิรูป เหมือนกับ ม.112 ถ้ารับฟังตั้งแต่ปี 53-54 ด้วยการปฏิรูประบบกฎหมาย ก็จะไม่เกิดปัญหา ณ วันนี้จึงเป็นการยกเลิก เฉกช่นเดียวกัน ควรเลิกใช้กฎหมาย ม.112 เป็นเครื่องมือได้แล้ว” นายจตุภัทร์กล่าว