เผยอาการ ผวจ.สมุทรสาคร ดีขึ้น ให้อาหารทางสายยาง แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
เมื่อวันที่ 7 มกราคม ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้าอาการของนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ว่าในรอบ 24 ชม. ที่ผ่านมา ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นมาก เมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) สามารถนอนหงายได้ตลอด ซึ่งการนอนหงายแสดงว่าปอดเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติดี ที่ดีอีกอย่างคือการให้อาหารทางสายยางดีขึ้น ไม่มีการคั่งค้าง ซึ่งการรับอาหารได้ปกติก็สะท้อนเช่นเดียวกันว่าระบบต่างๆ เริ่มดีขึ้น เหมือนคนปกติถ้าป่วยก็จะไม่ค่อยอยากกินอาหาร ทำให้ร่างกายเกิดภาวะท้องอืด ลำไส้ก็ทำงานแย่ลง สำหรับผลเลือด การทำงานของปอดถือว่าดี เข้าสู่แผนฟื้นฟูร่างกายได้ ซึ่งถ้าดูตามหลักการฟื้นตัวของผู้ป่วยอาการหนักจะซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาต้องออกจาก รพ.จะมีการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR อีกครั้ง
“ตอนนี้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจต่อไปอีกประมาณ 1-2 วัน เพราะเมื่อวานที่บอกว่าการหายใจดีนั้นเรายังต้องให้ยานอนหลับเพื่อไม่ให้ต่อต้านเครื่องช่วยหายใจ วันนี้จะค่อยๆ ลดยานอนหลับลงเพื่อให้รู้สึกตัวเองและเริ่มหายใจได้ตัวเองเมื่อมากขึ้น หากหายใจดี ก็จะถอดเครื่องช่วยหายใจได้” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวและว่า ส่วนอาการ นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี ภริยาผู้ว่าฯ ก็ดีขึ้น จากที่เดิมก็ไมได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีผู้สงสัยเกี่ยวกับการจัดท่าทางการนอนคว่ำ นอนหงายของผู้ว่าฯ ว่าการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนั้น ท่าทาการนอนถือว่ามีผลต่อการรักษา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องนอนคว่ำ หรือนอนหงายเท่านั้น ตามหลักการส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโควิดใส่เครื่องช่วยหายใจ แสดงว่าปอดไม่ดีอยู่แล้ว การนอนคว่ำ ทำให้แลกเปลี่ยนออกซิเจนดีขึ้น เพราะหากมองภาพทางกายวิภาค เนื้อปอดจะโค้งไปด้านหลังมากกว่าด้านหน้า การนอนคว่ำ ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนดีขึ้นสรุปการนอนท่าคว่ำในภาวะวิกฤต เกิดประโยชน์

