โตโต้ ให้เวลา ผบ.ตร. 10 นาที ออกมารับหนังสือสอบถามความคืบหน้าคดีปาระเบิดงานขายกุ้งเคาท์ดาวน์ แต่ไร้เงา ยื่นตร.เวรอำนวยการแทน ลั่นให้เวลา 3 วันกลับมาติดตามความคืบหน้า
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 มกราคม นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม wevolunteer พร้อมทีมงาน เดินทางมาขอเข้าพบ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อปลุกความกล้าหาญในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี ปราบปรามอาชญากรรม และทวงถามความคืบหน้าคดีปาระเบิดงาน Wevo countdown 2021 ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563
นายปิยรัฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีที่ สน.ชนะสงคราม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เพื่อไปติดตามความคืบหน้าหลังเหตุการณ์ปาระเบิดไปป์บอมบ์ผ่านไป 7 วันแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี โดยได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ว่าอยู่ระหว่างการติดตามสืบสวนกล้องวงจรและพยานหลักฐานอื่นๆ ที่จะหาได้ในช่วงเวลานี้ ตนเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ และยังเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมยังมีประสิทธิภาพพอที่จะสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้
ซึ่งวันเกิดเหตุปาไปป์บอมบ์ มีประชาชนนับร้อย สื่อมวลชน และตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นาย แต่ก็มีการปล่อยปะละเลย วันนี้จึงต้องการมาพบ ผบ.ตร. เพื่อติดตามสอบถามความคืบหน้าทางคดีจาก ผบ.ตร. รวมทั้งติดตามทุกคดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่นคดีบ่อนพนัน รวมถึงคดีการลักลอบพาต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
โดยจนจะให้เวลาตำรวจ 10 นาที ไปบอกผบ.ตร. ให้ออกมารับหนังสือ หากไม่ออกมา จะอ่านจดหมายที่เตรียมมาหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน
ต่อมา 16.35 น. พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน อ่านประกาศตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 การห้ามชุมนุม ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือกระทำการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ภายใน เขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงประกาศ กำหนด
ก่อนที่จะเชิญโตโต้ พร้อมตัวแทน 1 คน เข้าไปยื่นหนังสือที่กองรักษาการณ์ โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อส่งไปถึง ผบ.ตร. ต่อไป

เวลา16.55 น. ภายหลังนายปิยรัฐ ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ได้เปิดอ่านจดหมายเปิดผนึก ใจความว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 23.35 น.ของวันที่ 31 อันวาคม พ.ศ. 2563 เกิดเหตุคนมีร้ายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียนมุ่งหน้าจากถนนราชดำเนินผ่านไปยังบริเวณหน้ากองสลากเก่า (สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม)ก่อนจะขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดชนิดทำเอง เข้ามายังพื้นที่จัดกิจกรรมของกลุ่มประชาชนร่วมกับกลุ่ม WEVOLUNTEER (WEVO) จนเกิดการระเบิดขึ้น และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย
หลังจากเกิดเหตุ ตัวแทนกลุ่ม WEVO ได้เร่งดำเนินการติดตามตัวคนร้ายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คันก่อเหตุหลบหนีด้วยความเร็วมุ่งตรงไปยังสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แต่สุดวิสัยจะติดตามทันได้ตัวคนร้าย จึงได้เร่งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลในพื้นที่(สน.ชนะสงคราม) เพื่อขอดูกล้องวงจรปิด แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในรายละเอียด
จากวันนั้น จนถึงวันนี้เป็นเวลามากกว่า 7 วันแล้วที่คดีไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย ทั้งที่วันเวลาที่เกิดเหตุในพื้นที่บริเวณโดยรอบพบกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนไม่น้อยกว่า 3 กองร้อย ประจำการตามถนนราชดำเนินกลางเพื่อฝ้าระวังเหตุอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญยังคงมีประชาชน และสื่อมวลชนเป็นพยานในที่เกิดเกิดเหตุหลายราย
แต่เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีอำนาจหน้าาที่ที่ในการรักษาความปลอดภัย และดูแลความสงบเรียบร้อยจึงไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างเต็มความสามารถ หรือจงใจให้ประชาชนเข้าใจว่าผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่มีประโยชน์แอบแฝงไม่ทางหนึ่งก็ทางใดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เฉกเช่น กรณีบ่อนการพนัน การลักลอบค้าแรงงานข้ามชาติ จนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้
เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา และสงสัยต่อการทำหน้าที่ของตำรวจไทยทางกลุ่ม WEVO จึงมีความปรารถนาดีต่อพี่น้องตำรวจที่ยังมีจิตสำนึกรักในเกียรติ ศักดิ์ศรี และหน้าที่ของตน เราขอให้กำลังใจ และส่งความหวังมายังเจ้าหน้าที่ทุกนายให้ตื่นจากความหวาดกลัว ตื่นจากความลุ่มหลงในลาภยศสรรเสริญ และตื่นความอคติในประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่สำคัญตื่นจากการอยู่ใต้คำสั่งของทหารการเมืองผู้เหยียบย่ำเกียรติตำรวจเพื่อเป็นใหญ่มาหลายชั่วอายุคน ขอให้ตำรวจไทยทุกคนทุกนาย กล้าหาญที่จะปฏิเสธคำสั่งที่ไม่ชอบ กล้าหาญที่จะปฏิบัติตนให้ดำรงอยู่อย่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง
“ตื่นเถิดตำรวจกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย”
มวลชนอาสา (We Volunteer)
ทั้งนี้ก่อนจบกิจกรรม นายปิยรัฐ กล่าวว่า ให้เวลาตำรวจ 3 วัน และจะไปสอบถามความคืบหน้าก่อนวันที่ 13 มกราคม ในสถานที่ที่สูงกว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

