ที่ทำงานก็เสี่ยง! โควิด-19 แพทย์แนะ พนง.ออฟฟิศเลี่ยงร่วมวงข้าว งดสังสรรค์-ปาร์ตี้ ป้องกันตัวเข้ม

8.01.21 | 18:20 น.
ที่ทำงานก็เสี่ยง! โควิด-19 แพทย์แนะ พนง.ออฟฟิศเลี่ยงร่วมวงข้าว งดสังสรรค์-ปาร์ตี้ ป้องกันตัวเข้ม

เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา นอกเหนือจากตลาดกลางกุ้ง และชุมชนแล้ว จะมีอีกกรณีหนึ่งคือ การระบาดในสถานที่ทำงาน โดยพบหลายกรณี เช่น กรณีแรงงานเมียนมาไปงานแต่งงานที่ จ.สมุทรสาคร ในช่วงที่เริ่มพบผู้ป่วยรายแรกในพื้นที่ จากนั้น เกิดการติดเชื้อและเมื่อกลับมาที่โรงงานของตัวเอง ก็ทำให้เกิดการติดเชื้อต่อในกลุ่มเพื่อนนร่วมงานทั้งคนเมียนมาอายุระหว่าง 20-30 กว่าปี และคนไทย อายุ 37 ปี 27 ปีและ 43 ปี จนล่าสุดโรงงานปิดตัวแล้ว

“อีกกรณีหนึ่งที่มีการเชื่อมโยงกับตลาด ที่ จ.สมุทรสาคร คือ กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารมีการไปแพร่เชื้อต่อในธนาคาร และไปสังสรรค์ช่วงวันที่ 25 ธันวาคม และเกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการสอบสวนการระบาดที่สถานบันเทิงย่านปิ่นเกล้า คนที่ไปเที่ยวมก็มีโอกาสนำเชื้อมาติดเพื่อนร่วมงาน และคนในครอบครัว ซึ่งพบหลายกรณี” รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า ดังนั้น กิจกรรมสังสรรค์ ปาร์ตี้ จึงมีความเสี่ยงในระยะนี้ ความปลอดภัยในสถานที่ทำงานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในระยะนี้ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดก็ตาม เนื่องจากเราเริ่มพบพนักงานของสถานประกอบการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ห้างร้าน ซึ่งมีพนักงานหลายคน หากมีคนใดคนหนึ่งติดเชื้อไม่มีการป้องกันในที่ทำงาน ก็จะเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อต่อเนื่องได้

“ขอให้ทุกสถานประกอบ รวมทั้งสถานที่ราชการจะต้องเคร่งในเรื่องของการตรวจคัดกรองอาการ สังเกตการเจ็บป่วยของพนักงาน หากมีใครเจ็บป่วยจะต้องรีบแยกออกจากผู้ที่ยังไม่ป่วย และคงการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกัน เลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงนโยบายการทำงานที่บ้านต้องส่งเสริมให้ดำเนินการมากขึ้นเพื่อลดความแออัดในที่ทำงานเพื่อป้องกันความเสี่ยง” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับการสอบสวนการระบาดโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับสนามชนไก่ ที่ จ.อ่างทอง ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อรวม 101 ราย จากเดิมอยู่ที่ 80 กว่าราย ใน 8 จังหวัด ทั้งนี้ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามชนไก่มีผู้ป่วยมากที่สุด 70 ราย รองลงมาเป็น จ.พระนครศรีอยุธยา 3 ราย จ.สิงห์บุรี 6 ราย จ.ลพบุรี 5 ราย จ.สุพรรณบุรี 3 ราย จ.ขอนแก่น 2 ราย จ.สระบุรี และ จ.นนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย ดังนั้น ซึ่งผู้ที่มีกิจกรรมในช่วงเวลาดังกล่าวตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนมกราคม ที่มีการไปสนามชนไก่ในพื้นที่ภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นแห่งใดก็ตาม ถือว่ามีความเสี่ยง เพราะผู้ที่ไปสนามชนไก่ก็มักจะไปในสถานที่หลายแห่งเช่นเดียวกันจึงขอเฝ้าระวัง สังเกตตัวเองเช่นกัน

Advertisement